
สตาร์ทอัพปี’58ฉลุย มูลค่าแตะหมื่นล้าน
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน (2554-2555) ธุรกิจหน้าใหม่ที่มีไอเดีย (สตาร์ทอัพ) เริ่มถูกได้รับความสนใจ ซึ่งในเวลานั้นมูลค่าตลาดดังกล่าวยังอยู่ในระดับเพียง 60 ล้านบาท และมีผู้ประสบความสำเร็จเพียงหลัก 100 รายเท่านั้น
หลังจากนั้น ในปี 2556 การตื่นตัวในธุรกิจนี้เริ่มได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีมูลค่าตลาดขยับเติบโตขึ้นมาเป็น 270 ล้านบาท และมีผู้ประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นเป็น 250 ราย ด้วยระยะเวลาเพียง 1 ปีเท่านั้น
ต่อมา ในปี 2557 อัตราเติบโตของมูลค่าตลาด ก้าวกระโดดขึ้นเป็น 1,230 ล้านบาท และมีผู้ประสบความสำเร็จหน้าใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ราย ซึ่งจากการโตดังกล่าวเห็นได้ถึงความก้าวหน้าทางธุรกิจของสตาร์ทอัพคนรุ่นใหม่ในประเทศไทยที่มีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด เอไอเอส กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2554 เอไอเอสเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มสตาร์ทอัพในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดกว้างให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไอเดีย ได้มีโอกาสเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจและร่วมต่อยอดความสำเร็จแบบยั่งยืนในอุตสาหกรรมนี้ด้วยกัน รวมถึงขยายฐานลูกค้าไปสู่ระดับภูมิภาคและสากล โดยใช้เครือข่ายพันธมิตรในเครือสิงค์เทล ซึ่งมีพันธกิจร่วมกันระหว่างเหล่าโอเปอเรเตอร์ทั้ง 6 ประเทศสมาชิก และเปิดโอกาสในการเข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 550 ล้านคน และขยายไปสู่ 25 ประเทศทั้งในเอเชีย ออสเตรเลีย และแอฟริกา ในการผลักดันสตาร์ทอัพในเครือให้เติบโตในตลาดภูมิภาค
นอกจากนั้น เทรนด์ธุรกิจสตาร์ทอัพในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงการทำแอพพลิเคชั่นอย่างเดียวแล้ว แต่จะต้องมีการต่อยอดเป็นนักประดิษฐ์ (เมกเกอร์) ในการพัฒนาร่วมกับแอพพลิเคชั่นและสร้างให้เป็นระบบจัดการครบวงจร (โซลูชั่น) ของตัวเอง ด้วยต้นทุนชิ้นส่วนที่นำมาพัฒนาสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นด้วยราคาที่ถูกลง จึงผลักดันให้เหล่าสตาร์ทอัพพัฒนาความสามารถของตัวเองได้ง่ายขึ้น ประกอบกับทิศทางการลงทุน
ของชาวต่างชาติ ที่เห็นไทยเป็นฐานลงทุนที่ดี จึงเป็นโอกาสธุรกิจที่นักลงทุนหน้าใหม่จะโตได้ในอนาคต
ทั้งนี้ ในปี 2558 บริษัทได้เปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพต่อเนื่องด้วยแนวคิด “The New Generation of Digital Partnerships” เพื่อหาพาร์ตเนอร์หน้าใหม่ ร่วมสร้างสรรค์บริการตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคดิจิทัล ในโครงการ “AIS The StartUp 2015” เปิดรับผลงานทั้งในรูปแบบของแนวคิดและผลิตภัณฑ์ เพื่อต่อยอดธุรกิจไปสู่ตลาดได้จริง อาทิ บริการด้านความบันเทิง ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์มหรือแอพพลิเคชั่นอำนวยความสะดวกซื้อสินค้าบนออนไลน์ การติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านแอพ ระบบชำระเงิน กิจการเพื่อสังคม ชิงรางวัล 1 ล้านบาท ส่งใบสมัครได้ที่ www.ais.co.th/thestartup ถึง 13 ก.ย.นี้
ปรัธนา กล่าวว่า จากทิศทางดังกล่าว ทำให้ปี 2558 ธุรกิจสตาร์ทอัพจะแตะ 1 หมื่นล้านบาท และจะมีสตาร์ทอัพหน้าใหม่เพิ่มเป็น 2,000-3,000 ราย







