
หนุนลดบรรจุภัณฑ์
ยูนิลีเวอร์ร่วมจุดพลุแก้บรรจุภัณฑ์ขนาดเกินจริง หวังลดต้นทุน ขานรับรักษ์สิ่งแวดล้อม
ยูนิลีเวอร์ร่วมจุดพลุแก้บรรจุภัณฑ์ขนาดเกินจริง หวังลดต้นทุน ขานรับรักษ์สิ่งแวดล้อม
นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในการลดขนาดบรรจุภัณฑ์เกินจริง ซึ่งสอดรับกับนโยบายในระดับโลกของกลุ่มยูนิลีเวอร์ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะการใช้ขนาดบรรจุภัณฑ์เกินจริงจะมีผลให้ต้องการวัสดุในการผลิตบรรจุภัณฑ์มากขึ้น ทำให้เกิดขยะจากบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น ซึ่งการลดขนาดบรรจุภัณฑ์ก็มีผลให้ภาพรวมต้นทุนการผลิตสินค้าลดลงด้วย
“ตั้งแต่ได้ทดลองทำมาหลายปี สามารถลดต้นทุนการผลิตในทั่วโลกได้แล้ว 400 ล้านยูโร และมีเม็ดเงินไปใช้ในการทำวิจัยและพัฒนาสินค้าต่างๆ เพิ่มขึ้นด้วย” นางสุพัตรา กล่าว
สำหรับในประเทศไทยจากการหารือร่วมกับ สคบ. พบว่าปัญหาขนาดบรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่เกินจริง มีการร้องเรียนต่อเนื่อง และจากการศึกษายังพบอีกว่า ขนาดบรรจุภัณฑ์ของสินค้าหลายประเภทในประเทศไทย มีขนาดใหญ่กว่าปริมาณจริงที่บรรจุอยู่ในนั้นประมาณ 20-40% ซึ่งพบได้ในทุกผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในสินค้าพื้นฐานสำหรับชีวิตประจำวัน
ด้าน นายวีระชัย ชมสาคร รองเลขาธิการ สคบ. กล่าวว่า สคบ.เตรียมเชิญผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคหารือในเรื่องการลดพื้นที่ว่างบรรจุภัณฑ์เพื่อให้เหมาะสมกับปริมาณจริงของสินค้าที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ หลังจาก สคบ.สำรวจพบว่ามีสินค้าหลายประเภท มีบรรจุภัณฑ์ที่มีพื้นที่ว่างเฉลี่ย 15-35% ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างที่ถือว่ามากเกินกว่าปริมาณสินค้าจริงที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ หาก สคบ.เจอบรรจุภัณฑ์เกินจริง จะสอบถามตรงไปยังผู้ประกอบการให้ชี้แจง
สำหรับการหารือร่วมกับผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคอาจจะขยายผลไปถึงการออกเป็นข้อกำหนด หรือประกาศ สคบ. หรือถ้าจะให้มีบทลงโทษ อาจจะต้องออกเป็น พ.ร.บ. ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน การร่วมมือกับบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เหมือนเป็นการโยนหินถามทางไปให้ทั้งผู้ประกอบการรายอื่นๆ และผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น







