posttoday
ฟันธงหุ้นไทยไม่หลุด1,350จุด

ฟันธงหุ้นไทยไม่หลุด1,350จุด

30 กรกฎาคม 2558

ผู้จัดการกองทุนมั่นใจ หุ้นไทยรอบนี้ไม่หลุด 1,350 จุด เผยเงินทยอยเข้า LTF-RMF

ผู้จัดการกองทุนมั่นใจ หุ้นไทยรอบนี้ไม่หลุด 1,350 จุด เผยเงินทยอยเข้า LTF-RMF

นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะไม่ปรับลดลงไปต่ำกว่า 1,350-1,380 จุด เพราะดัชนีในระดับนี้จะทำให้อัตราส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 13.5-14 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่น่าลงทุน

“เมื่อตอนต้นปีเคยมองว่าดัชนีหุ้นไทยในครึ่งปีหลังน่าจะกลับมาได้ที่ 1,600 จุดได้ แต่ตอนนี้ต้องยอมรับสภาพ เพราะทุกอย่างช้า เงินค้างท่อเต็มไปหมด และยังมาเจอกับภัยแล้งอีก ทำให้ล่าสุดปรับลดประมาณการดัชนีสูงสุดของปีนี้เหลือ 1,520-1,550 จุด” นายมนรัฐ กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายมนรัฐ กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมในปัจจุบัน คือ การเลือกหุ้นที่มีอัตราการเติบโตสูงและซื้อขายทำกำไรบ้าง เพราะกลยุทธ์การเลือกหุ้นคุณค่าไม่สามารถทำได้แล้ว เนื่องจาก พี/อี ของหุ้นแต่ละตัวอยู่ในระดับสูงแล้ว

“ต้องรู้ว่านักลงทุนต่างชาติไม่ได้มองว่าตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดหลักที่จำเป็นต้องลงทุน ดังนั้นการเข้าลงทุนของนักลงทุนต่างชาติจะเดี๋ยวเข้าเดี๋ยวออก เพราะฉะนั้นกลยุทธ์แบบซื้อและถือยาวใช้ไม่ได้ แต่ยังสามารถทยอยซื้อเป็นประจำเพื่อลดความเสี่ยงได้” นายมนรัฐ กล่าว

นอกจากนี้ นายมนรัฐ กล่าวอีกว่า ในช่วงนี้ที่ตลาดหุ้นปรับลดลงยังมีเงินเข้ามาลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ของ บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ไม่มากนัก เนื่องจากแนะนำให้นักลงทุนทยอยลงทุนแบบเป็นประจำ แต่มีเงินเข้ามาลงทุนในกองทุนหุ้นธรรมดาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเงินลงทุนจากนักลงทุนที่มีความมั่งคั่งสูง

นางสุภาพร ลีนะบรรจง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.กรุงศรี กล่าวว่า จุดต่ำสุดของตลาดหุ้นไทยในปีนี้น่าจะอยู่ที่ 1,350-1,380 จุด หรือ พี/อี 13.5 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่น่าลงทุนแล้ว โดยเฉพาะการลงทุนระยะ 3-5 ปี

“ตอนนี้กองทุนหุ้นของ บลจ.กรุงศรี ลดสัดส่วนการถือครองเงินสดเหลือเพียง 2-3% แล้ว จากเมื่อต้นปีที่เคยถือเงินสดไว้ 7-8% ซึ่งเป็นระดับที่มากกว่าปีที่ผ่านๆ มา” นางสุภาพร กล่าว

พร้อมกันนี้ นางสุภาพร กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังคงอยู่ในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ แต่ยังต้องรอประเมินภาวะเศรษฐกิจก่อน ซึ่งคาดว่าในไตรมาส 4 ปีนี้ เมื่อโครงการก่อสร้างภาครัฐสามารถเบิกจ่ายได้จริง จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้

“แต่สำหรับกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และ RMF ที่จะต้องลงทุนเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ภาษีอยู่แล้ว ก็น่าจะเริ่มซื้อสะสมได้แล้ว เพราะปัจจุบันตลาดปรับลดลงมาแล้ว แต่ปีนี้ยังไม่เห็นเงินเข้ามาลงทุนจำนวนมากๆ เหมือนปีที่แล้ว แต่เงินจะทยอยเข้าเมื่อตลาดปรับลดลง เช่น ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาเริ่มมีเงินเข้ามา” นางสุภาพร กล่าว

 นอกจากนี้ นางสุภาพร ยังเปิดเผยว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมามีนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะบริษัทประกันชีวิตจากประเทศญี่ปุ่น ให้ความสนใจลงทุนหุ้นไทยเข้ามาพบ บลจ.กรุงศรี เพื่อจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคล ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาศึกษาประมาณ 3-4 เดือน

นายพีร์ ยงวณิชย์ Deputy Managing Director, Portfolio Solutions บลจ.บัวหลวง กล่าวว่า หากมีการประมูล 4จี ในไตรมาส 3-4 คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง และที่ผ่านมาเริ่มมีเงินเข้ามาลงทุนกองทุน LTF และ RMF ของ บลจ.บัวหลวง ค่อนข้างมาก

นายจักรชัย บุญยะวัตร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบริหารช่องทางจัดจำหน่าย บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า บลจ.แมนูไลฟ์ แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มสัดส่วนการลงทุนหุ้นมากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นที่มีอัตราการเติบโตสูงในกลุ่มประเทศเอเชียเหนือ อินเดีย รวมทั้งประเทศไทย เพราะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันต่ำ

“ในปัจจุบันกองทุนหุ้นของเราพยายามลดความผันผวนของพอร์ตลง โดยการหาหุ้นที่ไม่มีความผันผวนมากนัก หุ้นที่เกี่ยวกับโครงการภาครัฐ หุ้นกลุ่มสื่อสาร ท่องเที่ยวที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อน และกลุ่มเฮลท์แคร์” นายจักรชัยกล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท