
จับเทรนด์ใช้มือถือพุ่ง หนุนซอฟต์แวร์โต
จากผลการสำรวจตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ไทยปี 2557 พบว่ามีการเติบโตถึง 9.4% คิดเป็นมูลค่า 5.5 หมื่นล้านบาท
จากผลการสำรวจตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ไทยปี 2557 พบว่ามีการเติบโตถึง 9.4% คิดเป็นมูลค่า 5.5 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนของภาคเอกชน ขณะที่ภาครัฐชะลอตัวการใช้จ่ายด้านนี้ลง
สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวว่า การสำรวจมูลค่าตลาดในปี 2557 ต้องปรับปรุงเนื้อหาด้านการวิจัยที่สำคัญเพิ่มขึ้น 2 ด้าน เพื่อให้เหมาะสมกับภาพรวมตลาดและสถานการณ์ปัจจุบัน นั่นคือฐานข้อมูลประชากรที่ใหญ่ขึ้น และแบ่งหมวดหมู่ธุรกิจให้ชัดเจนขึ้น
“ภาพรวมการใช้งานซอฟต์แวร์ของไทยนั้น มีมูลค่าการผลิตเฉพาะที่เกิดขึ้นในไทยรวม 5.49 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้งานซอฟต์แวร์ประเภทบริการจากกลุ่มธุรกิจการเงินและการธนาคารที่ลงทุนด้านนี้สูงที่สุด คิดเป็นมูลค่า 3.9 หมื่นล้านบาท” สมเกียรติ กล่าว
ทั้งนี้ การชะลอตัวในการลงทุนด้านธุรกิจซอฟต์แวร์ของทางภาครัฐ เป็นผลมาจากความเข้มงวดในการจัดซื้อจัดจ้าง ส่งผลให้ทางผู้ประกอบการต้องหันไปจับตลาดกลุ่มอื่นแทน ในขณะที่ภาคเอกชนเองก็เริ่มนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในองค์กรเองอย่างเหมาะสมมากขึ้น
สมเกียรติ ยังกล่าวอีกว่า ในอดีตเทรนด์การใช้งานซอฟต์แวร์จะเกิดจากภาคอุตสาหกรรม แต่ในปัจจุบันเกิดจากกระแสการใช้งานโมบายดีไวซ์ของคนทั่วไปที่เติบโตอย่างมหาศาลจนกลายมาเป็นตัวขับเคลื่อนทางเทคโนโลยี ซึ่งนักพัฒนาเองต้องปรับตัว นอกจากนี้ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและการใช้งานคลาวด์ ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ความต้องการใช้งานซอฟต์แวร์เปลี่ยนไป
“ราคาสมาร์ทโฟนที่ถูกลง ทำให้จำนวนผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในปี 2557 ที่มีอยู่ 32 ล้านเครื่องนั้น จะเพิ่มเป็น 55 ล้านเครื่อง ในอีก 5 ปีข้างหน้า ขณะที่ภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 18% ต่อปี ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา จากมูลค่าตลาดรวมในปี 2556 อยู่ที่ 426 พันล้านบาท แบ่งเป็นภาคธุรกิจกับภาคธุรกิจ (B2B) อยู่ที่ 56% การซื้อขายระหว่างภาคธุรกิจกับลูกค้าทั่วไป (B2C) อยู่ที่ 43% และ
ภาคธุรกิจกับรัฐ (B2G) อยู่ที่ 1%” สมเกียรติ กล่าว
ทางด้าน เสาวรัจ รัตนคำฟู นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างมาก ได้แก่ ซอฟต์แวร์ประเภท Digital Presence, Sale Analytics, CRM, ERP เพราะเป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถนำไปใช้งานในภาคธุรกิจได้ดีมากขึ้น
“ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ถือว่าเป็นกลุ่มคนที่มีความเข้าใจด้านธุรกิจได้ดีกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลา ดังนั้นความเข้าใจในเรื่องระบบซอฟต์แวร์ก็จะค่อนข้างซับซ้อนกว่า จึงได้มีผู้ให้บริการคลาวด์และซอฟต์ แวร์แบบ Softwae as a Service (SaaS) แก่ลูกค้าทั่วไปเพิ่มขึ้น เช่น VFS บริษัทรับทำวีซ่าออนไลน์ให้สถานทูต Builk ซอฟต์แวร์สำหรับบริหารธุรกิจก่อสร้าง และ Forth ซอฟต์แวร์สำหรับเติมเงินออนไลน์ เพื่อให้กลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ทำงานได้สะดวกขึ้น”
พล.อ.โสภณ เวคะวากยานนท์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า กล่าวเพิ่มเติมว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ตลาดซอฟต์แวร์มีการเติบโต จึงจำเป็นต้องเร่งผลิตบุคลากรที่มีความสามารถให้เร็วขึ้น
“ซิป้าพยายามสร้างกิจกรรมส่งเสริมเพื่อผลักดันคนรุ่นใหม่ให้ทำงานด้านเทคโนโลยีมากขึ้น ทั้งโรดโชว์ สนับสนุนคนรุ่นใหม่ รวมทั้งให้ทุนมหาวิทยาลัยเพื่อผลิตคนกลุ่มนี้เข้ามาในตลาด แต่ก็ยังถือว่ามีคนที่มุ่งมั่นงานด้านไอทีน้อยมาก”
ดังนั้น จึงควรสนับสนุนแรงงานต่างชาติให้มาทำงานด้านเทคโนโลยีในไทยมากขึ้น เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานด้านนี้มากขึ้น เพราะไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่เหลือเป็นการเพิ่มแรงงานกลุ่มไอทีให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด







