
ข่าวย่อยกองทุน
บลจ.ไทยพาณิชย์ ปันผล 8 กองทุน
บลจ.ไทยพาณิชย์ ปันผล 8 กองทุน
นายสมิทธ์ พนมยงค์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้การบริหารของ บลจ.ไทยพาณิชย์ จำนวน 8 กองทุน จะปันผลสำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 เม.ย.–30 มิ.ย. 2558
ในวันที่ 21 ส.ค. 2558 จะจ่ายปันผล 6 กองทุน ได้แก่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ทรูโกรท (TRUEIF) อัตรา 0.2365 บาท/หน่วย กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNRF) อัตรา 0.25 บาท/หน่วย
“ปัจจุบันศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า อยู่ในระหว่างการซ่อมบำรุง จึงทำให้กระแสรายได้ของ CPNRF ลดลง คาดว่าจะเปิดบริการได้ภายในเดือน ธ.ค.ของปีนี้ ซึ่งจะทำให้มีกระแสรายได้เข้ามาเหมือนเดิม” นายสมิทธ์ กล่าว
กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท (CPNCG) อัตรา 0.206 บาท/หน่วย กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์แสนสิริ ไพรม์ออฟฟิศ (SIRIP) อัตรา 0.1636 บาท/หน่วย
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค (PPF) จ่ายปันผลในอัตรา 0.2 บาท/หน่วย และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์คริสตัล รีเทล โกรท (CRYSTAL) อัตรา 0.1950 บาท/หน่วย
ในวันที่ 24 ส.ค. 2558 จ่ายปันผลอีก 2 กองทุน คือ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไพรม์ออฟฟิศ (POPF) จ่ายปันผลในอัตรา 0.262 บาท/หน่วย และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไทคอน อินดัสเทรียล โกรท (TGROWTH) อัตรา 0.2202 บาท/หน่วย
“แม้ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรกจะค่อนข้างทรงตัว แต่ประเทศไทยก็ยังได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาครัฐ และภาคการท่องเที่ยวที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ถดถอยจากภาคการส่งออกที่ลดลงอย่างมาก ทำให้ทั้ง 8 กองทุนสามารถจ่ายปันผลได้รวม 2,411 ล้านบาท” นายสมิทธ์ กล่าว
กองตราสารหนี้ 6 เดือน กสิกรไทยให้ 1.95%
นายชัชชัย สฤษดิ์อภิรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 28 ก.ค.-3 ส.ค. 2558 บลจ.กสิกรไทย จะเปิดขายกองทุนเปิดเค เอ็นแฮนซท์ ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน บีโอ (KEFF6MBO) คาดผลตอบแทนสุทธิ 1.95% ต่อปี โดยต้องลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นกองทุนจะลงทุนในเงินฝาก Garanti Bank ตุรกี, เงินฝาก Union National Bank สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ตราสารหนี้ Yapi Kredi Bankasi A.S. ตุรกี, ตราสารหนี้ Isbank ตุรกี และตราสารหนี้ Banco BTG Pactual S.A. บราซิล โดยป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน







