
แห่ลงทุนนิวยอร์ก
พลัสฯ ชี้แนวโน้มบาทอ่อนเศรษฐีไทยหันลงทุนธุรกิจอสังหาฯ ต่างแดน
พลัสฯ ชี้แนวโน้มบาทอ่อนเศรษฐีไทยหันลงทุนธุรกิจอสังหาฯ ต่างแดน
นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยว่า การที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนตัวลง ทำให้กลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงในไทยสนใจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศมากขึ้น เพราะเห็นการซื้อสินทรัพย์ไว้เพื่อลงทุนจะได้ประโยชน์มากกว่า โดยขณะนี้มีลูกค้าอยู่ระหว่างเจรจาและเตรียมเดินทางไปดูอสังหา ริมทรัพย์ในนิวยอร์ก ซึ่งพลัสฯ ร่วมกับโคร์โคแรนโบรกเกอร์อสังหาริมทรัพย์ในนิวยอร์กเป็นผู้ทำตลาดให้ สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่เศรษฐีไทยสนใจลงทุน ส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดมิเนียม 1 ห้องนอน ราคาประมาณ 1-3 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ บริษัทได้เคยทดลองเจาะตลาดเศรษฐีไทยที่สนใจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในนิวยอร์กมาประมาณ 3-4 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีเครือข่ายพันธมิตรอย่างเป็นทางการเหมือนกับที่ร่วมกับกลุ่มโคร์โคแรนในปัจจุบัน ก็ยังมีลูกค้าที่ตัดสินใจลงทุนมาแล้วกว่า 10 ราย เป็นห้องชุด 1-2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 1 ล้านบาทเหรียญสหรัฐ จนถึง 8 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งฐานผู้ซื้อกว่า 50% มีบุตรหลานเรียนอยู่ที่สหรัฐอเมริกา
“ตลาดที่คนไทยนิยมลงทุนจะอยู่โซนแมนฮัตตันในนิวยอร์ก ซึ่งนักลงทุนที่ส่งลูกไปเรียนที่อเมริกา บางรายลูกเรียนอยู่ที่เมืองอื่น แต่ก็เลือกลงทุนที่เมืองนี้เพราะเห็นโอกาส” นายภูมิภักดิ์ กล่าว
สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ของนิวยอร์กในปี 2557 ราคาปรับเพิ่มมาจากปี 2556 ประมาณ 18.8% โดยจากรายงานของโคร์โคแรน พันธมิตรของพลัสฯ ระบุว่า ตลาดคอนโดมิเนียม ณ ไตรมาส 2/2558 บนเกาะแมนฮัตตัน ราคาเฉลี่ยแตะ 1,673 เหรียญสหรัฐ/ตารางฟุต หรือประมาณ 6 แสนบาท/ตารางเมตร ปรับขึ้น 9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ความต้องการที่อยู่อาศัยในนิวยอร์ก ปัจจุบันมีห้องชุดในโครงการสร้างใหม่และห้องชุดมือสองที่เสนอขายในตลาดเพียง 5,800 ห้อง ซึ่งถือว่าต่ำมากขณะที่ความต้องการที่อยู่อาศัยในนิวยอร์กสูงมาก โดยเฉพาะตลาดเช่าเพราะมีแหล่งงานขนาดใหญ่







