
ไฟเขียวกรอบเจรจาFTAไทย-ปากีสถานและไทย-ตุรกี
ครม.อนุมัติกรอบเจรจา FTA ไทยปากีสถาน ตุรกี ครอบคลุม 10 ประเด็น ลดอุปสรรคการค้าพิธีศุลกากร กฎระเบียบ เปิดตลาดใหม่สินค้าไทย
ครม.อนุมัติกรอบเจรจา FTA ไทยปากีสถาน ตุรกี ครอบคลุม 10 ประเด็น ลดอุปสรรคการค้าพิธีศุลกากร กฎระเบียบ เปิดตลาดใหม่สินค้าไทย
คณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2558 เห็นชอบร่างกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรี(FTA) ไทย – ปากีสถาน และไทย – ตุรกี และมอบหมายให้พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เป็นผู้ประกาศเปิดพื่อให้เจรจา FTA ไทย – ปากีสถาน กับฝ่ายปากีสถาน ณ สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน และกับฝ่ายตุรกี ณ สาธารณรัฐตุรกี
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงานว่าได้จัดทำร่างการเจรจากับทั้ง 2 ประเทศ ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประเทศคู่เจรจาแล้ว 3 ครั้ง ซึ่งการจัดทำความตกลง FTA กับทั้งปากีสถานและตุรกีจะจะเป็นการสร้างโอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนไปยังตลาดใหม่ในเอเชียใต้ และประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ ปากีสถานเป็นตลาดขนาดใหญ่ ประชากรมีกำลังซื้อสูงและสามารถเป็นแหล่งทรัพยากรที่สามารถเป็นวัตถุดิบต่อการผลิตของไทย เช่นอัญมณีและสัตว์น้ำ ในขณะที่ตุรกีก็เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรประมาณ 80 ล้านคน และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังตุรกีปีละประมาณ 30 ล้านคน นอกจากนั้นทั้งปากีสถานและตุรกีสามารถเป็นประตูการค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ โดยปากีสถานสามารถเป็นประตูการค้าไปยังประเทศจีนและตะวันตก และตะวันออกกลาง ขณะที่ตุรกีสามารถเป็นประตูไปสู่ยุโรป กลุ่มประเทศบอลข่าน คอเคซัส และแอฟริกาเหนือ นอกจากนี้ทั้ง 2 ประเทศยังสามารถเป็นฐานจำหน่ายการผลิตสินค้าให้กับโลกมุสลิม เนื่องจากประชากรของทั้งปากีสถานและตุรกีส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม
ขณะเดียวกัน การมี FTA กับทั้ง 2ประเทศ จะช่วยลดผลกระทบจากการถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป(GSP)ของตุรกีซึ่งได้ตัด GSP ที่ให้กับไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2558 ที่มีกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการตัด GSP ดังกล่าว คือ พรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆ ผ้าถักแบบนิตหรือแบบโครเชต์ เครื่องแต่งกายและของที่ใช้ประกอบกับเครื่องแต่งกาย เฟอร์นิเจอร์ เครื่องเตียง ฟูก ฐานรองฟูก เบาะ
สำหรับกรอบการเจรจา FTA ไทย – ปากีสถาน และ FTA ไทย – ตุรกี ครอบคลุมสาระสำคัญ 10 ประเด็น ได้แก่ 1. การค้าสินค้า ให้มีการลดหรือยกเลิกอากรศุลกากรให้ครอบคลุมการค้าระหว่างกันให้มากที่สุด โดยเน้นให้ลดภาษีในสินค้าที่ไทยมีศักยภาพส่งออกโดยให้มีความสมดุลระหว่างสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรม ลดหรือเลิกมาตรการกีดกันและอุปสรรคทางการค้าให้มากที่สุด ให้มีระยะเวลาในการปรับตัวที่เหมาะสม ใช้พิกัดศุลการกรตามมาตรฐานระหว่างประเทศ
2. พิธีการศุลกากร ให้มีความร่วมมือในด้านพิธีการศุลกากรเพื่อลด/ขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน อำนวยความสะดวกทางการค้า และไม่สร้างภาระกระตุ้น 3. กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า กำหนดถิ่นกำเนิดสินค้าให้สอดคล้องกับโครงสร้างการผลิตของไทย ร่วมมือจัดทำและ/หรือปรับปรุงระเบียบปฏิบัติในการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และอำนวยความสะดวกทางการค้าให้ใช้พิกัดศุลกากรตามมาตรฐานระหว่างประเทศ
4. มาตรการปกป้องและมาตรการเยียวยาด้านการค้า ให้มีมาตรการปกป้องสองฝ่ายเพื่อปกป้องและ/หรือเยียวยาภาคเกษตรและอุตสาหกรรมภายในที่ได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรง ให้มีมาตรการปกป้องกรณีที่เกิดปัญหาด้านดุลการชำระเงิน ให้มีแนวทางการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและมาตรการตอบโต้ การอุดหนุนที่ไม่ขัดกับกฎเกณฑ์ของ WTO
5. มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ให้ใช้มาตรการที่สอดคล้องกับ WTO ให้มีกลไกการหารือระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบ และหาแนวทางลดอุปสรรคทางการค้าที่เกิดจากกฎระเบียบด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช 6. อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า ให้การใช้มาตรการด้านอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย ให้มีกลไกการหารือระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบ และหาแนวทางลดอุปสรรคทางการค้าที่เกิดจากกฎระเบียบทางเทคนิคหรือมาตรฐาน
7. การระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐ จัดตั้งกลไกระงับข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับการตีความหรือการใช้บังคับความตกลงให้เป็นไปตามหลักการและกลไกการระงับข้อพิพาทที่ยอมรับโดยสากล 8. ความร่วมมือและการอำนวยความสะดวกทางการค้า ให้มีความร่วมมือเพื่อเพิ่มการอำนวยความสะดวกและมูลค่าการค้าระหว่างกัน และให้มีความร่วมมือด้านเศรษฐกิจที่อยู่ในความสนใจของทั้งสองฝ่าย 9. ความโปร่งใส ให้มีกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องและข้อบังคับภายในที่มีความโปร่งใส และมีกระบวนการในการเผยแพร่ให้เก่สาธารณชนและผู้ประกอบการ 10. เรื่องอื่น ๆ หารือเรื่องอื่น ๆ ที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยในภาพรวม







