
ถก‘แอลพีจี-ค่ารถ’
อานิสงส์จากราคาน้ำมันโลกที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนมาอยู่ในระดับ 50-55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้รัฐบาลต้องหันมาพิจารณาต้นทุนที่แท้จริงในเรื่องค่าราคาก๊าซหุงต้ม และค่าโดยสารรถยนต์สาธารณะ
อานิสงส์จากราคาน้ำมันโลกที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนมาอยู่ในระดับ 50-55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้รัฐบาลต้องหันมาพิจารณาต้นทุนที่แท้จริงในเรื่องค่าราคาก๊าซหุงต้ม และค่าโดยสารรถยนต์สาธารณะ
ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ที่มีนายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เป็นประธานในวันที่ 3 ส.ค.นี้ จะมีการพิจารณาโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) งวดเดือน ส.ค. โดยมีแนวโน้มว่าจะปรับลดลงตามราคาตลาดโลก เนื่องจากราคาแอลพีจีในตลาดโลกอยู่ที่ระดับ 369 เหรียญสหรัฐ/ตัน ปรับลดลงจากเดือนก่อน 407 เหรียญสหรัฐ/ตัน
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาราคาแอลพีจีจะต้องนำต้นทุนการจัดหาทั้งจากการนำเข้าโรงกลั่น และโรงแยกก๊าซ มาคำนวณเพื่อให้ได้ต้นทุนที่แท้จริงด้วย
ขณะที่ปัจจุบันราคาแอลพีจีในประเทศอยู่ที่ 23.96 บาท/กก. ถูกตรึงราคามาเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว แม้ราคาในตลาดโลกจะปรับลดลง แต่ภาครัฐเลือกจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพื่อสะสมเป็นรายได้ทำให้บัญชีแอลพีจีเพิ่มเป็น 7,692 ล้านบาท
ด้าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม กล่าวว่า ขอเวลา 15 วัน ในการพิจารณาหาแนวทางการปรับลดค่าโดยสารรถยนต์สาธารณะ โดยจะวิเคราะห์ต้นทุนน้ำมันดีเซลต่อค่าโดยสารหลังน้ำมันดีเซลลดลงมาอีก 40 สตางค์ เพื่อตัดสินใจว่าจะลดค่าโดยสารรถ บขส. และรถโดยสารระหว่างจังหวัดของเอกชนหรือไม่







