
เสกตัวเลข ‘สต๊อกปาล์ม’
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
น่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ว่าขณะนี้ประเทศไทยมีสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศเท่าใดกันแน่
เมื่อคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้สั่งการในที่ประชุม กนป.เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2558 ให้ตั้งทีมเฉพาะกิจ ซึ่งมีตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรกร ร่วมทีมลงตรวจสอบสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบทั่วประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจดำเนินนโยบายแทรกแซงราคาผลผลิตปาล์มที่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางเดือน มิ.ย. แม้ว่าราคาในขณะนี้จะยังคงตรึงไว้ที่ราคาไม่ต่ำกว่า 4.20 บาท/กิโลกรัม (กก.) ก็ตาม
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดซ้ำรอยกับเหตุการณ์ในอดีต ที่รัฐบาลชุดนี้ได้ตัดสินใจนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจากต่างประเทศกว่า 5 หมื่นตัน จนทำให้ราคาผลปาล์มสดดิ่งลงต่ำกว่า 3 บาท/กก. ในช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2558 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะรมว.พาณิชย์ ได้เรียกประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มด้านการตลาด กนป. เพื่อหารือปัญหาน้ำมันปาล์มขาดแคลนเป็นกรณีเร่งด่วน ก่อนเสนอเรื่องให้ กนป.อนุมัตินำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ 5 หมื่นตัน และลดใช้น้ำมันปาล์มที่นำไปผสมเป็นไบโอดีเซลจาก B7 เหลือ B3.5 ซึ่งลดการใช้น้ำมันปาล์มดิบได้ 3 หมื่นตัน/เดือน เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันปาล์มบริโภคขาดแคลน
ทั้งนี้มีการอ้างอิงข้อมูลจากกรมการค้าภายใน (คน.) ที่ได้สำรวจสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบจากโรงสกัดและโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม ระหว่างวันที่ 9-11 ม.ค. 2558 พบว่าเหลือสต๊อกเพียง 113,734 ตันเท่านั้น และหากไม่นำเข้าน้ำมันปาล์มดิบเข้ามาจะทำให้ ณ สิ้นเดือน ม.ค. 2558 สต๊อกน้ำมันปาล์มในประเทศจะอยู่ที่ 61,849 ตัน ซึ่งเป็น “ระดับวิกฤต” จากนั้นองค์การคลังสินค้า (อคส.) ได้นำเข้าน้ำมันปาล์มดิบทั้งสิ้น 5 หมื่นตันภายในวันที่ 15 ก.พ. 2558 ตามที่ กนป.กำหนด ก่อนจะจัดสรรให้กับโรงกลั่นน้ำมันปาล์มบริโภคที่ราคา 27.50 บาท/กก.
แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2558 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ทำหนังสือสอบถามปริมาณสต๊อกปาล์มกับกรมการค้าภายใน เพราะไม่มีการรายงานสต๊อกน้ำมันปาล์มให้ สศก.มาตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค. 2557-23 ก.พ. 2558 และกรมการค้าภายในมีหนังสือ เลขที่ พณ.0403/1972 ลงวันที่ 2 มี.ค. 2558 ขอ “แก้ไขข้อมูลสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบย้อนหลัง”
ผลปรากฏว่าสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ ณ สิ้นเดือน พ.ย. 2557 มีระดับ 245,117 ตัน ลดลงจากที่รายงานเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2557 ว่าสต๊อกอยู่ที่ 257,037 ตัน แต่ทว่าสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ ณ สิ้นเดือน ธ.ค. กลับเพิ่มเป็น 167,591 ตัน จากสต๊อกน้ำมันปาล์มที่ได้รายงานต่ออนุกรรมการตลาดฯ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2558 ที่สำรวจพบว่ามีสต๊อก 113,734 ตัน ต่างกัน 53,857 ตัน
จึงสรุปได้ว่าก่อนที่ กนป.จะอนุมัติให้ อคส.นำเข้าน้ำมันปาล์ม 5 หมื่นตัน เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2558 สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบที่แท้จริงอยู่ที่ระดับ 167,591 ตัน และไม่ใช่ระดับวิกฤตตามที่กล่าวอ้าง
ในขณะที่ผลจากการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบล็อตนี้ส่งผลให้ราคารับซื้อผลปาล์มสดในประเทศลดลงจาก 5.94 บาท/กก. ในช่วงกลางเดือน ก.พ. 2558 เหลือ 4.59 บาท/กก. ในช่วงต้นเดือน มี.ค. 2558 ก่อนจะลดลงสู่ระดับ 3.58 บาท/กก. ช่วงต้นเดือน เม.ย. 2558 และลดลงสู่ระดับต่ำสุดที่ 2.98 บาท/กก. ในช่วงปลายเดือน เม.ย.
จากนั้นราคาผลปาล์มสดได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลเตรียมออกมาตรการแทรกแซง โดยบังคับให้โรงสกัดรับซื้อผลปาล์มสดเปอร์เซ็นต์น้ำมันที่ 17% ที่ราคา 4 บาท/กก. ก่อนปรับเพิ่มเป็น 4.20 บาท/กก. และกำหนดให้โรงกลั่นน้ำมันปาล์มต้องรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงสกัดที่ ราคา 26.20 บาท/กก. ตามมติ กนป.วันที่ 20 พ.ค. 2558
อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตจากโรงสกัดน้ำมันปาล์มว่า การที่ อคส.ขายน้ำมันปาล์มดิบแยกไข (Crude Palm Olein) ที่นำเข้ามาจากมาเลเซียให้โรงกลั่นในราคา “เท่าทุน” คือ 27.50-28 บาท/กก.นั้น จะมีคนได้ประโยชน์หรือไม่ เนื่องจากราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศ (CPO) ณ วันที่ 15 ม.ค. 2558-16 ก.พ. 2558 อยู่ระหว่าง 36.8-37.25 บาท/กก. ก่อนลดลงสู่ระดับ 30.25 บาท/กก. หลังการนำเข้าสิ้นสุดลง
นั่นเพราะมีราคาส่วนต่างสูงถึง 7-8 บาท/กก. เลยทีเดียว







