posttoday
ส่องภาวะ ‘อยากเปลี่ยนงาน’ หลังเศรษฐกิจซบ-บริษัทแย่

ส่องภาวะ ‘อยากเปลี่ยนงาน’ หลังเศรษฐกิจซบ-บริษัทแย่

28 กรกฎาคม 2558

แม้เศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงขาลง แต่ทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพขององค์กรก็ยังต้องการหาความก้าวหน้าบนกิจการที่ไม่ค่อยขยายตัวมาก ดังนั้นเพื่อบริหารบุคลากรให้มีประสิทธิภาพในภาวะดังกล่าว ลองมาดูว่าจะต้องบริหารขวัญและกำลังใจพนักงานแต่ละแผนกอย่างไร

แม้เศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงขาลง แต่ทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพขององค์กรก็ยังต้องการหาความก้าวหน้าบนกิจการที่ไม่ค่อยขยายตัวมาก ดังนั้นเพื่อบริหารบุคลากรให้มีประสิทธิภาพในภาวะดังกล่าว ลองมาดูว่าจะต้องบริหารขวัญและกำลังใจพนักงานแต่ละแผนกอย่างไร

นพวรรณ จุลกนิษฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่าจ๊อบส์ ดีบี ได้ทำผลสำรวจเรื่องปัจจัยที่ทำให้คนทำงานอยากเปลี่ยนงานและไม่กล้าที่จะเปลี่ยนงานประจำปีนี้ โดยมีกลุ่มตัวอย่าง 1,373 คน พบว่า 49% ตั้งใจเปลี่ยนงานใน 12 เดือน ในจำนวนนี้ 61% เป็นพนักงานที่มีประสบการณ์ทำงาน 1 ปีขึ้นไป กลุ่มตำแหน่งงานที่มีแนวโน้มอยากเปลี่ยนงานสูงมี 7 กลุ่ม คือ 1.งานธุรกิจหรือทรัพยากรบุคคล 2.งานไอที 3.งานวิศวกรรม 4.งานขายบริการลูกค้า งานพัฒนาธุรกิจ 5.งานการผลิต 6.งานการตลาด และ 7.งานธนาคาร การเงิน

ปัจจัยที่มีอิทธิพลให้คนเปลี่ยนงานมากที่สุดคือ 1.เงินเดือนน้อย คอมมิชชั่นต่ำ และสิทธิประโยชน์ที่ได้รับไม่เพียงพอ 2.ไม่พอใจในระบบการทำงาน 3.ไม่มีความก้าวหน้าในอาชีพการงาน 4.ได้รับข้อเสนอจากที่ใหม่ที่ดีกว่า และ 5.ความไม่พอใจในบทบาทหน้าที่ที่ได้รับ ส่วนปัจจัยที่ทำให้คนไม่กล้าเปลี่ยนงาน ได้แก่ กังวลเรื่องวัฒนธรรมองค์กรและสภาพแวดล้อมในที่ทำงานใหม่ ต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในการเริ่มงานที่ใหม่ และกังวลว่าจะสูญเสียความมั่นคงในงานตำแหน่งปัจจุบัน

ผลสำรวจที่ออกมานั้นสอดคล้องกับข้อมูลที่วิเคราะห์ได้จากการหางานในเว็บไซต์จ๊อบส์ ดีบี ซึ่งพบว่ากลุ่มคนที่มีประสบการณ์ทำงานต้องการหางานใหม่ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9% ประเภทงาน 5 อันดับที่มีผู้สมัครมากที่สุดครึ่งปีแรกคือ 1.งานขาย บริการลูกค้า งานพัฒนาธุรกิจ 2.งานการตลาด งานประชาสัมพันธ์ 3.งานวิศวกรรม 4.งานธุรการ ทรัพยากรบุคคล 5.งานไอที แต่ไม่ได้แตกต่างจากกลุ่มงานที่มีผู้สมัครมากในปีก่อน

ด้าน สุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า ผลเศรษฐกิจชะลอ ทำให้เกิดความต้องการเปลี่ยนงาน 2 รูปแบบ มีทั้งอยากเปลี่ยนงานมากขึ้น และอยากเปลี่ยนงานน้อยลง โดยกลุ่มที่อยากเปลี่ยนงานมากขึ้น เพราะหลายองค์กรได้รับผลกระทบภาวะเศรษฐกิจ ทำให้องค์กรหันมาเน้นด้านรายได้ ยอดขายและลดต้นทุน นำมาซึ่งความกดดันในตัวพนักงานและระดับองค์กร อาจเป็นชนวนหนึ่งทำให้คนอยากเปลี่ยนงาน เพื่อลดความกดดันในองค์กร

ขณะที่กลุ่มอยากเปลี่ยนงานน้อยลงเพราะอยู่ในองค์กรใหญ่ มีชื่อเสียงดี มีสถานะการเงินมั่นคง มีความสุขในที่ทำงานแล้ว เพราะถึงการย้ายงานจะได้รับความท้าทายใหม่ โอกาสใหม่ แต่ก็ต้องรับความเสี่ยง ทำให้ไม่มั่นใจกับการเปลี่ยนงานช่วงเวลานี้

สุธิดา กล่าวว่า จากสถิติการหางานผ่านแมนพาวเวอร์ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มคนที่มีประสบการณ์ทำงานแล้วหางานใหม่มากขึ้น ได้แก่ กลุ่มตัวแทนขาย งานพัฒนาธุรกิจ อีกกลุ่มอาชีพที่มองหางานใหม่เพิ่มขึ้น คืออาชีพที่ขยายตัวทางการค้าและการลงทุนรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เช่น กลุ่มวิศวกร กลุ่มบัญชีการเงินและการธนาคาร ผู้เชี่ยวชาญภาษาและล่ามภาษาต่างๆ

เอาเป็นว่าใครคิดเปลี่ยนงานในขณะนี้ก็ต้องตั้งสติและรอบคอบ ส่วนองค์กรก็ควรสร้างความเชื่อมั่นให้พนักงานยังคงอยากทำงานต่อไป เพื่อให้คนกับงานมีประสิทธิภาพได้ ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ซบๆ ซึมๆ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ