
สะเทินน้ำสะเทินบก
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ได้แนะนำหุ้นที่ปลอดภัยจากสถานการณ์ในประเทศที่ปั่นป่วนขณะนี้ คือ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ราคาเป้าหมายปีนี้ 58 บาท จากรายได้ที่มาจากค่าเช่า เป็นรายได้สม่ำเสมอ และมีอัตราการปรับขึ้นค่าเช่าในแต่ละปีที่ชัดเจนจากสัญญาเช่า ซึ่งเป็นสัญญาเช่าระยะยาว
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ได้แนะนำหุ้นที่ปลอดภัยจากสถานการณ์ในประเทศที่ปั่นป่วนขณะนี้ คือ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ราคาเป้าหมายปีนี้ 58 บาท จากรายได้ที่มาจากค่าเช่า เป็นรายได้สม่ำเสมอ และมีอัตราการปรับขึ้นค่าเช่าในแต่ละปีที่ชัดเจนจากสัญญาเช่า ซึ่งเป็นสัญญาเช่าระยะยาว
ในขณะที่บริษัทยังเดินหน้าเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่องปีละ 3-4 แห่ง ทำให้ปัจจุบันมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 26 แห่ง และมีอัตราค่าเช่าที่สูงมากกว่า 95% ในทุกศูนย์การค้า ทำให้ที่ผ่านมาแม้เศรษฐกิจจะประสบภาวะกำลังซื้อชะลอตัว แต่บริษัทยังสามารถสร้างผลงานได้สม่ำเสมอ และมีการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแผนขายสินทรัพย์เข้ากองทุนที่ทำมาโดยตลอด ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดอย่างเพียงพอในการขยายสาขาใหม่ และมีสัดส่วนหนี้สินที่ก่อให้เกิดภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อทุนอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.35 เท่า
บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ราคาเป้าหมายปีนี้ 28 บาท ธรรมชาติของธุรกิจผลิตไฟฟ้ามีความเสี่ยงต่ำ ยกเว้นภัยธรรมชาติ แต่ราคาหุ้น EA ปรับลงกว่า 20% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ลดลงจากจุดสูงสุดของปีนี้ที่ 32.5 เท่า เหลือ 25 เท่าปีนี้ และกำไรที่โตรวดเร็วทำให้พี/อีสิ้นปี 2559 ลดลงเหลือเพียง 17 เท่า
ขณะที่กำไรในไตรมาส 2/2558 จะโตต่อเนื่องจากการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าที่ลำปาง 90 เมกะวัตต์ เต็มไตรมาส ทำให้กำลังผลิตไฟฟ้ารวมในปัจจุบันเป็น 188 เมกะวัตต์ เพิ่มจากสิ้นปีก่อนที่มี 98 เมกะวัตต์ และด้วยเทคโนโลยีแบบ Tracker ปรับหมุนตามแสงอาทิตย์ของโรงไฟฟ้าที่ลำปาง ทำให้ผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าโรงไฟฟ้าก่อนหน้านี้ถึง 25% จึงคาดว่ากำไรสุทธิ ปี 2558 โตก้าวกระโดด 102.3% จากปี 2557 และโตต่อเนื่องอีก 43.9% ในปี 2559 หลังโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 90 เมกะวัตต์ แห่งที่ 4 ที่ จ.พิษณุโลก เริ่มเปิดดำเนินการปลายปีนี้
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) ราคาเป้าหมายปีนี้ 33 บาท นับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มา ราคาหุ้นปรับลงและต่ำกว่าราคาที่เสนอขายต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่ 27 บาท สวนทางแนวโน้มกำไรที่มีทิศทางขาขึ้นตลอด 3 ปีข้างหน้า จากการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าที่ทยอยเปิดดำเนินการ
บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดกำไรในปี 2558 เติบโต 25% จากปี 2557 จากโครงการ IRPCCP-I และปี 2559 กำไรโตต่อเนื่องอีก 11% จากโรงไฟฟ้านวนคร (NNEG) กำไรปี 2550 โตอีก 21.5% จากโครงการ IRPCCP-II, NL1PC และ BIC2 ทำให้กำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็น 1,851 เมกะวัตต์ จากปัจจุบัน 1,315 เมกะวัตต์ และทำให้พี/อีปี 2550 ลดเหลือเพียง 14.7 เท่า และคาดว่าอัตราผลตอบแทนปันผล 3-4% ต่อปี
บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) ราคาเป้าหมายปีนี้ 108 บาท เป็น โฮลดิ้ง คอมพานี โดยมีลูกคือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และบริษัท ไทยคม (THCOM) ซึ่งธุรกิจมีความปลอดภัย และทิศทางผลการดำเนินงานยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง
นอกจากนี้ INTUCH ยังจ่ายปันผลสูงสม่ำเสมอ โดยคาดวามีอัตราผลตอบแทนปันผลปีนี้อยู่ที่ระดับ 6% โดยงวดครึ่งแรกปีนี้ คาดว่าจะจ่าย 2.50 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนปันผล 3% ขณะที่ราคาหุ้นยังถูก โดยส่วนลดจากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิกว่า 30% สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่มีส่วนลดราว 20% ซึ่งมองว่าอย่างต่ำมูลค่าหุ้นปัจจุบันควรจะอยู่ที่ 96 บาท
บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป (PLAT) ราคาเป้าหมายปีนี้ 8.50 บาท บริษัทมีฐานรายได้หลักกว่า 70% เป็นรายได้ค่าเช่าในโครงการเดอะ แพลทินัม แฟชั่นมอลล์ ซึ่งอัตราเช่าพื้นที่สูงถึง 99% ขณะที่อัตราค่าเช่ามีการปรับฐานอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2557 ปรับขึ้น 74.6% จากปี 2556 และคาดว่าจะปรับอีกปีละ 5% ในปี 2558-2559 จึงทำให้บริษัทได้รับกระแสเงินสดที่มั่นคงและสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาดำเนินการที่ผ่านมา สำหรับอัตราเติบโตกำไรต่อหุ้นในปีนี้ที่คาดว่าลดลง 13.5% จากปี 2557 เพราะราคาหุ้นลดลงจากการเพิ่มทุนไอพีโอเมื่อต้นปี แต่กำไรสุทธิคาดว่าจะโต 15.1% จากการปรับขึ้นค่าเช่าและรายได้จากโรงแรมโนโวเทล แพลทินัม ที่จะกลับมาเพิ่มขึ้นหลังนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาเที่ยวไทย
บริษัท ไทยคม (THCOM) ราคาเป้าหมายปีนี้ 50 บาท ธุรกิจดาวเทียมของ THCOM เป็นธุรกิจที่ปลอดภัย และไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ เนื่องจากความต้องการช่องสัญญาณยังอยู่ในระดับสูง ทั้งจากจำนวนผู้ประกอบการช่องทีวีดาวเทียมที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจากความละเอียด SD เป็น HD รวมถึง 4K ซึ่งต้องใช้แบนด์วิดท์มากขึ้น ขณะที่ผลการดำเนินงานของ THCOM ยังเป็นขาขึ้นแบบขั้นบันไดจากอัตราการใช้ของดาวเทียมไทยคม 7 ที่ไต่ระดับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าจะเต็ม 100% ในช่วงปลายปีนี้ และคาดว่ากำไรปกติปี 2558 จะโต 21% ขณะที่ไทยคม 8 ที่จะยิงขึ้นสู่วงโคจรในช่วงกลางปี 2559
บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) ราคาเป้าหมายปีนี้ 8 บาท มีกำไรสุทธิที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง +152% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนในไตรมาสแรกปีนี้ และจะดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี หลังจาก TSR (TSE ถือ 60% อีก 40% ถือโดย GPSC) ผลิตไฟฟ้าได้เต็มที่ 80 เมกะวัตต์ (10 โรง) แล้ว







