posttoday
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะกลางปรับขึ้นเล็กน้อย

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะกลางปรับขึ้นเล็กน้อย

28 กรกฎาคม 2558

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (20-24 ก.ค. 2558) มีมูลค่ารวม 343,184.66 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 68,636.93 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 18% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 64% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 218,794 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 83,515 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 9,984 ล้านบาท หรือคิดเป็น 24% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (20-24 ก.ค. 2558) มีมูลค่ารวม 343,184.66 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 68,636.93 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 18% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 64% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 218,794 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 83,515 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 9,984 ล้านบาท หรือคิดเป็น 24% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB196A (อายุ 3.9 ปี) LB206A (อายุ 4.9 ปี) และ LB21DA (อายุ 6.4 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 22,071 ล้านบาท 19,796 ล้านบาท และ 13,772 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร รุ่น CPF218B (A+) มูลค่าการซื้อขาย 1,078 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท บัตรกรุงไทย รุ่น KTC18NA (A-) มูลค่าการซื้อขาย 849 ล้านบาท และหุ้นกู้ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา รุ่น BAY172A (AAA(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 615 ล้านบาท

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรค่อนข้างทรงตัวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอายุไม่เกิน 1 ปี อยู่ที่ระดับ 1.45-1.46% ยังไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะกลางปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยพันธบัตรอายุ 5 ปี อัตราผลตอบแทนปรับเพิ่มขึ้น 0.04% จาก 1.6% ในสัปดาห์ก่อนเป็น 1.64% โดยปัจจัยที่ตลาดยังเฝ้าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในวันที่ 28-29 ก.ค. และรายงานดัชนีเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยเดือน มิ.ย. ซึ่งจะชี้ถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 และอาจส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร

สัปดาห์ที่ผ่านมา (20-24 ก.ค. 2558) เงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในตลาดตราสารหนี้ไทยลดลงสุทธิ 336 ล้านบาท โดยมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี) ประมาณ 689 ล้านบาท และลดลงในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุน้อยกว่า 1 ปี) ประมาณ 1,026 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ