
หุ้นพัฒน์กลลุยไฟเทรด ชูพื้นฐานแกร่งโตนอก
พัฒน์กลลุ้นนักลงทุนชี้ชะตาวันนี้ คุยบริหารความเสี่ยงเยี่ยมรุกธุรกิจต่างประเทศ
พัฒน์กลลุ้นนักลงทุนชี้ชะตาวันนี้ คุยบริหารความเสี่ยงเยี่ยมรุกธุรกิจต่างประเทศ
นายแสงชัย โชติช่วงชัชวาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พัฒน์กล (PK) ซึ่งจะกลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 28 ก.ค. 2558 โดยราคาล่าสุดปิดที่ 0.40 บาท เปิดเผยว่า ราคาวันแรกจะเป็นเท่าใดขึ้นอยู่ที่นักลงทุนจะให้มูลค่า ขณะที่ PK มีมูลค่าหุ้นทางบัญชีอยู่ที่ประมาณ 2 บาท ซึ่งภาวะตลาดหุ้นที่ลงแรงจะทำให้นักลงทุนมาดูหุ้นพื้นฐานอย่างบริษัทมากขึ้น ขณะที่หุ้นใหญ่สัดส่วน 55% ติดเกณฑ์ห้ามขายออกมาภายในเวลาที่กำหนด (ไซเรนต์พีเรียด) ทั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพมีการแปลงหนี้เป็นทุนสัดส่วน 10% หรือ 50 ล้านหุ้น ซึ่งในจำนวนนี้ 20% ติดไซเรนต์ส่วนที่เหลือก็คงจะถือลงทุนระยะยาว
ปัจจุบันบริษัทจัดตั้งคณะกรรมการด้านความเสี่ยงเพื่อพิจารณาและอนุมัติการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อควบคุมดูแลความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน พร้อมตั้งเป้าหมายรายได้ในช่วง 7 ปีข้างหน้า (2559-2565 ) เติบโตเฉลี่ยประมาณ 7% ต่อปี เพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศจาก 20% เป็น 50% ให้ใกล้เคียงกับรายได้ในประเทศ โดยเฉพาะในเขตประชาคมเขตเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทำให้มีอัตรากำไรสูงขึ้น ขณะนี้มีการนำสินค้าออกไปจำหน่ายประมาณ 50 ประเทศทั่วโลก
ด้าน นายปิยะ จงวัฒนา ประธานกรรมการบริหาร PK กล่าวว่า กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจหลังออกจากแผนฟื้นฟูกิจการจะมุ่งเน้นธุรกิจหลักที่มีความชำนาญในด้านการออกแบบ วิศวกรรม สร้างและติดตั้งใน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ เครื่องทำความเย็น วิศวกรรมแปรรูปอาหาร วิศวกรรมแปรรูปอาหารแข็ง และเครื่องผลิตน้ำแข็ง โดยจะไม่กลับเข้าไปทำธุรกิจพลังงานทดแทนอีกที่ส่งผลให้ประสบปัญหาในอดีตที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี ยอมรับว่ารายได้ในปี 2558 จะเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ประมาณ 10% จากปี 2557 ที่มีรายได้ประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยรายได้จะใกล้เคียงหรือลดลงจากปี 2557 รวมถึงกำไรจะลดลงด้วยเพราะกำลังซื้อที่ชะลอตัวซึ่งรายได้ในไตรมาสแรกลดลงประมาณ 10% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรสุทธิจะลดลงจากปี 2557 ที่ทำได้ประมาณ 4% เพราะต้นทุนด้านบุคลากรยังคงที่ ปัจจุบันมีมูลค่างานในมือ (แบ็กล็อก) ประมาณ 1,700 ล้านบาท จะรับรู้เป็นรายได้ทั้งหมดในปีนี้และกำลังศึกษาการตั้งโรงงานในต่างประเทศโดยเลื่อนการลงทุนจากปีนี้ออกไป ส่วนโรงงาน 2 แห่งในประเทศมีการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยประมาณ 70-80%







