
ศก.ซบดันเอ็นพีแอลเพิ่ม1.31หมื่นล.
ธปท.เผยเอ็นพีแอลไตรมาส 2 เพิ่ม 1.31 หมื่นล้าน แนวโน้มเพิ่มต่อถ้าเศรษฐกิจไม่ฟื้น
ธปท.เผยเอ็นพีแอลไตรมาส 2 เพิ่ม 1.31 หมื่นล้าน แนวโน้มเพิ่มต่อถ้าเศรษฐกิจไม่ฟื้น
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของระบบสถาบันการเงิน ล่าสุด ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2558 หรือสิ้นไตรมาส 2 ปีนี้ พบว่า ทั้งระบบมีเอ็นพีแอลรวมที่ยังไม่หักกันสำรอง (Gross NPLs) ทั้งสิ้น 3.06 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 2.49% ของสินเชื่อรวมเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่มี 2.93 แสนล้านบาท คิดเป็น 2.4% ของสินเชื่อรวม เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นถึง 1.31 หมื่นล้านบาท หรือ 4.49%
นอกจากนี้ ในส่วนของเอ็นพีแอลสุทธิหลังหักกันสำรองแล้ว (NET NPLs) อยู่ที่ 1.52 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.25% ของสินเชื่อรวม เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่มี 1.47 แสนล้านบาท หรือ 1.22% คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 4,580 ล้านบาท หรือ 3.11%
ทั้งนี้ เอ็นพีแอลดังกล่าวเกิดจากความสามารถการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่องและแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังไม่มีสัญญาณจะฟื้นตัว รวมทั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลงต่อเนื่อง หลังจากโครงการลงทุนของภาครัฐมีแนวโน้มเลื่อนออกไป ส่งผลให้ภาพรวมของเอ็นพีแอลยังคงมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง หากภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว
แหล่งข่าวจากสายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า สินเชื่อที่มีเอ็นพีแอลสูงขึ้นส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคและเอสเอ็มอีรายเล็ก อย่างไรก็ดีการเพิ่มขึ้นของเอ็นพีแอลยังไม่น่าห่วง เนื่องจาก ธปท.ได้ขอความร่วมมือไปยังธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งให้เข้าไปดูแลลูกค้าและช่วยปรับโครงสร้างหนี้ในรายที่มีปัญหาตั้งแต่เริ่มขาดส่งแล้ว ทำให้หนี้ที่เริ่มขาดส่งส่วนหนึ่งสามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นหนี้ดีได้โดยไม่กลายเป็นเอ็นพีแอล







