
ก.ล.ต.ไฟเขียว บุญชัย ควบรักษาการบลจ.นครหลวงไทย
กลุ่มธนชาตส่ง บุญชัย เกียรติธนาวิทย์ เอ็มดี บลจ.ธนชาต รักษาการเอ็มดีบลจ.นครหลวงไทย หลังคนเก่าออก หวังสร้างความเชื่อมั่นผู้ลงทุน ธุรกิจเดินหน้าต่อ
กลุ่มธนชาตส่ง บุญชัย เกียรติธนาวิทย์ เอ็มดี บลจ.ธนชาต รักษาการเอ็มดีบลจ.นครหลวงไทย หลังคนเก่าออก หวังสร้างความเชื่อมั่นผู้ลงทุน ธุรกิจเดินหน้าต่อ
แหล่งข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) นครหลวงไทย เปิดเผยว่า หลังจากนายธีรพันธ์ จิตตาลาน กรรมการผู้จัดการ บลจ.นครหลวงไทย ได้ลาออกจากตำแหน่ง พร้อมกับทีมงานและผู้จัดการกองทุนอีกประมาณ 10 คน ซึ่งมีผลเมื่อสิ้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ทางกลุ่มธนชาต ได้ส่งนายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ธนชาต มารักษาการกรรมการผู้จัดการ บลจ.นครหลวงไทยแทน
“ปัจจุบันพนักงานบลจ.นครหลวงไทยมีประมาณ 50 คน และทางบอดร์ของธนชาตมีนโยบายชัดว่าไม่ปลดพนักงานออก”แหล่งข่าว กล่าว
ทั้งนี้ ธนาคารธนชาตได้เข้ามาถือหุ้นใหญ่ธนาคารนครหลวงไทย 99.24% ส่งผลให้ธนาคารทั้งสองควบรวมกิจการกันและกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่บลจ.นครหลวงไทย 60% ส่วนที่เหลือถือโดยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
แหล่งข่าว กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องแต่งตั้งนายบุญชัย เข้าไปรักษาการกรรมการผู้จัดการบลจ.นครหลวงไทย เนื่องจากว่าธุรกิจของบลจ.นครหลวงไทยยังเดินหน้าต่อ การปล่อยให้ตำแหน่งว่างลง อาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนขาดความเชื่อมั่น ซึ่งนายบุญชัยก็ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้รักษาเป็นเวลา 3 เดือน นับจากวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามขณะนี้ในส่วนของนายบุญชัย รอให้กระทรวงพาณิชย์แต่งตั้งดำรงตำแหน่งกรรมการบลจ.นครหลวงไทยอยู่
“แม้นายบุญชัยจะนั่งเอ็มดีทั้ง 2 บลจ. แต่ทุกครั้งที่มีการประชุมที่มีส่วนได้ส่วนเสีย นายบุญชัยจะไม่เข้าร่วมการประชุม โดยให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อไม่ให้มีปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์”แหล่งข่าว กล่าว
สำหรับการควบรวมกิจการของบลจ.นครหลวงไทยเข้ากับบลจ.ธนชาตนั้นจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการเจรจาซื้อหุ้นบลจ.นครหลวงไทยจากที่เหลือ 40% จากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข. ซึ่งคาดว่าจะทันในปีนี้และจะทำให้บลจ.ภายใต้กลุ่มธนชาตมีขนาดสินทรัพย์ 1.2 แสนล้านบาท โดยเป็นของบลจ.ธนชาต 8 หมื่นล้านบาทและบลจ.นครหลวงไทย 4 หมื่นล้านบาท
แหล่งข่าว กล่าวว่า หลังควบรวมแล้วจะทำให้บลจ.โฉมใหม่มีกองทุนภายใต้การจัดการครบทุกด้าน มีทางเลือกให้ลูกค้าได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากบลจ.นครหลวงไทยมีกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่บลจ.ธนชาตไม่มี นอกจากนี้จะมีสาขาธนาคารขายกองทุนได้เพิ่มขึ้นเป็น 600 สาขา มาจากธนาคารนครหลวงไทย 400 สาขาและธนาคารธนชาต 200 สาขา
สำหรับการดำเนินธุรกิจของบลจ.นครหลวงไทยจากนี้ไปคงเน้นออกกองทุนที่กำหนดอายุลงทุนชัดเจนเป็นหลัก







