
ธุรกิจไซส์กลางบุกอาเซียน
ซีไอเอ็มบี ไทย เผยลูกค้าเร่งบุกกลุ่มซีแอลเอ็มวี แนะศึกษาโลจิสติกส์ช่วยต่อยอดธุรกิจ
ซีไอเอ็มบี ไทย เผยลูกค้าเร่งบุกกลุ่มซีแอลเอ็มวี แนะศึกษาโลจิสติกส์ช่วยต่อยอดธุรกิจ
นายพรชัย ปัทมินทร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกำลังมุ่งพาลูกค้าธุรกิจระดับกลางที่มียอดขาย 5,000 ล้านบาทขึ้นไป ขยายธุรกิจไปยังอาเซียน ซึ่งมีลูกค้ากลุ่มนี้ราว 30 กลุ่ม กระจายในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม อาทิ การผลิต อาหารและเครื่องดื่ม อุปโภคบริโภค
ทั้งนี้ ลูกค้าธุรกิจระดับกลางส่วนใหญ่สนใจประเทศเพื่อนบ้านกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) เป็นหลัก เน้นการลงทุนโดยตรงเพื่อสร้างโรงงาน ต่อยอดหลังจากส่งสินค้าไปขายจนติดตลาด ซึ่งธนาคารได้แนะนำให้พิจารณาเรื่องโลจิสติกส์ด้วย โดยต้องทำความเข้าใจพื้นที่เพื่อให้กระจายสินค้าไปยังยี่ปั๊วได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำ และถ้าเป็นไปได้ให้หาพันธมิตรบริษัทโลจิสติกส์ท้องถิ่น จะช่วยต่อยอดธุรกิจได้ดีกว่าการควบรวมกิจการประเภทเดียวกัน
“ธุรกิจระดับกลางหลายรายเป็นธุรกิจครอบครัว มีความซับซ้อนในการตัดสินใจ เพราะบางครั้งรุ่นพ่อกับรุ่นลูกมีมุมมองขยายธุรกิจต่างกัน เช่น รุ่นพ่อเลือกใช้สินเชื่อเพื่อลงทุน แต่รุ่นลูกนิยมออกไอพีโอ กระบวนการวางแผนจึงใช้เวลานานกว่าเมื่อเทียบกับการให้บริการลูกค้าขนาดใหญ่ที่ตัดสินใจโดยบอร์ด” นายพรชัย กล่าว
สำหรับในช่วงครึ่งปีหลังยังมีดีลที่ค้างท่ออยู่ประมาณ 25 ดีล คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 7-8 หมื่นล้านบาท โดยมีหลายกลุ่มธุรกิจ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน และสุขภาพ โดยคาดว่าจะผลักดันให้สินเชื่อรายใหญ่เติบโต 15% จากช่วงครึ่งปีแรกเติบโต 8-9% สินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท
ขณะที่รายได้ทั้งปีคาดว่าจะเติบโต 40% หลังจากครึ่งปีแรกรายได้รวมอยู่ที่ 1,500-1,600 ล้านบาท เติบโต 43% เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว โดยเป็นรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัวกว่า 70% และมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 50% ของรายได้รวม ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ตั้งเป้าคุมไม่เกิน 2% จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1.5%
ทั้งนี้ สินเชื่อที่เติบโตไม่มากเป็นเพราะแนวโน้มเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังไม่แน่นอน และเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงต่อเนื่อง ประกอบกับลูกค้าธนาคารส่วนใหญ่ถึง 90% เป็นธุรกิจไทยที่ออกไปลงทุนต่างชาติ ซึ่งไปบันทึกสินเชื่อยังประเทศเป้าหมาย ส่วนลูกค้าที่เข้ามาลงทุนในไทยมีสัดส่วนเพียง 10% เท่านั้น แต่ก็เป็นไปตามกลยุทธ์ที่เน้นส่งเสริมธุรกิจไทยไปโตต่างประเทศ
นายพรชัย กล่าวด้วยว่า มีธุรกิจไทยทั้งสถาบันการเงินและธุรกิจขนาดใหญ่เตรียมออกหุ้นกู้เป็นสกุลภูมิภาค โดยเฉพาะริงกิตของมาเลเซียและเหรียญสิงคโปร์มากขึ้น เนื่องจากต้นทุนการเงินถูก อีกทั้งยังเป็นการขยายฐานผู้ลงทุนใหม่ และเป็นกลยุทธ์สร้างแบรนด์ในระดับสากลเพื่อขยายฐานลูกค้าในอนาคต
“มีเครือบริษัทยักษ์ใหญ่ของไทยกำลังศึกษาการออกหุ้นกู้อนุพันธ์ (สตรักเจอร์บอนด์) ในสกุลเหรียญสิงคโปร์ โดยอาจสวอปกลับมาเป็นเงินบาทเพียงส่วนหนึ่ง ที่เหลือคงไว้ เพราะรายนี้ทำธุรกิจในระดับอินเตอร์ ที่ต้องใช้เงินทุนสกุลดอลลาร์สิงคโปร์อยู่แล้ว” นายพรชัย กล่าว







