
ชงปิดจ๊อบรถคันแรก
สรรพสามิตเสนอคลังปิดโครงการรถคันแรก 30 ก.ย. พบเหลือตกค้าง 1 แสนคัน หวังประหยัดงบ
สรรพสามิตเสนอคลังปิดโครงการรถคันแรก 30 ก.ย. พบเหลือตกค้าง 1 แสนคัน หวังประหยัดงบ
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมจะทำเรื่องเสนอกระทรวงการคลัง เพื่อขออนุมัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เห็นชอบการดำเนินการปิดโครงการรถคันแรก ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 เพื่อประหยัดเงินงบประมาณ และภาระของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากขณะนี้ยังมีผู้จองรถคันแรกอีกประมาณ 1 แสนคันที่ได้สิทธิ แต่ยังไม่มารับรถตามที่ได้จองไว้ โดยจะกำหนดให้ต้องมารับรถภายในวันที่ 30 ก.ย. 2558 นี้เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากรมสรรพสามิตได้ประสานกับค่ายรถยนต์ต่างๆ ให้ออกแบบสำรวจเพื่อสอบถามไปยังผู้ที่ได้รับสิทธิดังกล่าว ปรากฏว่ามีผู้ตอบกลับมาว่าจะใช้สิทธิจำนวนไม่มาก นอกจากนี้การรับมอบรถยนต์ของผู้ที่ได้สิทธิดังกล่าวมีจำนวนน้อยมาก โดยเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมามีผู้มารับรถเพียง 1-2 คันเท่านั้น
นายสมชาย กล่าวว่า คาดว่าผู้ที่ได้รับสิทธิส่วนใหญ่คงไม่มารับรถแล้ว เนื่องจากในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมามีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออก มาจำนวนมาก ทำให้ผู้ที่จองไว้อาจเปลี่ยนใจไปซื้อรถรุ่นใหม่ไปแล้ว ขณะเดียวกันยังพบว่าบุคคลหนึ่งจองใช้สิทธิรถคันแรกมากกว่า 1 คัน ทำให้มียอดการจองรถเกินกว่าที่ซื้อ ขายส่งมอบกันจริงอยู่จำนวนมาก
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ได้เสนอหลักการดังกล่าวให้กับกระทรวงการคลังรับทราบและเห็นด้วยกับการดำเนินการครั้งนี้ เพราะเป็นการประหยัดเงินงบประมาณ จึงเหลือเพียงการทำเรื้องเพื่อเสนอให้ ครม.เห็นชอบเท่านั้น โดยในปีงบประมาณ 2559 คาดว่ากรมสรรพสามิตจะต้องของบประมาณเพื่อจ่ายในการปิดโครงการรถคันแรกประมาณ 1-2 ล้านบาทเท่านั้น เพราะขณะนี้มีรถยนต์ที่ถือครองครบ 1 ปี และได้รับเงินคืนเท่ากับ ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่ต้องเสียแต่ไม่เกิน 1 แสนบาท เพียงเดือนละประมาณ 100 คันเท่านั้น
สำหรับข้อเสนอให้มีการแก้ไขเงื่อนไขรถยนต์คันแรกจากที่ผู้ได้รับสิทธิจะต้องถือครองให้ครบ 5 ปี ถึงจะเปลี่ยนผู้ครอบครองได้ โดยขอลดให้มาเป็น 3 ปีนั้น นายสมชาย กล่าวว่า ขณะนี้กรมสรรพสามิตยังไม่ได้รับนโยบายให้ศึกษาเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้โครงการรถคันแรกมีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 1.2 ล้านคัน ใช้สิทธิไปแล้ว 1.1 ล้านคัน







