
อูลาร่า แปลงร่างข้าวไทย สู่สินค้ากรีนโปรดักต์
แหล่งซื้อสินค้าไทยยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คือ จตุจักร ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาซื้อสินค้าไทยจำนวนมาก โดยหนึ่งในแบรนด์ไทยที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติคือ “อูลาร่า” สบู่ไทย มาในบรรจุภัณฑ์ (แพ็กเกจจิ้ง) สุดครีเอทีฟ สามารถบอกเล่าเรื่องราวการทำนาของคนไทยผ่านแพ็กเกจจิ้งได้อย่างงดงาม
แหล่งซื้อสินค้าไทยยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คือ จตุจักร ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาซื้อสินค้าไทยจำนวนมาก โดยหนึ่งในแบรนด์ไทยที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติคือ “อูลาร่า” สบู่ไทย มาในบรรจุภัณฑ์ (แพ็กเกจจิ้ง) สุดครีเอทีฟ สามารถบอกเล่าเรื่องราวการทำนาของคนไทยผ่านแพ็กเกจจิ้งได้อย่างงดงาม
“อุลัย รัตนวงค์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูลาร่า มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) เจ้าของและผู้ทำตลาดแบรนด์สบู่ “อูลาร่า” (Ulara) เปิดเผยว่า การสร้างสรรค์แบรนด์สินค้าใหม่ แพ็กเกจจิ้งที่มีรูปวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอยู่ข้างกล่องเป็นแบรนด์แรกของสบู่ในประเทศไทย จึงกลายเป็นแพ็กเกจจิ้งที่โดดเด่นและสะดุดตาแก่ลูกค้า โดยสบู่ดังกล่าวอยู่ภายใต้ของแพ็กเกจจิ้งชื่อ “Thai Farmer”
“การเลือกวิถีชีวิตและวัฒนธรรมมาบอกเล่าผ่านแพ็กเกจจิ้ง มาจากการที่ตนเองผูกพันกับข้าวและชาวนา เพราะตนเองเกิดที่ จ.ยโสธร เป็นลูกชาวนา จึงอยากบอกเล่าเรื่องราว วิถีชีวิตการทำนาของไทยผ่านแพ็กเกจจิ้งสบู่ อีกทั้งลูกค้าต่างชาติจะรู้ว่า ข้าวไทยมีชื่อเสียงและโด่งดังมากในตลาดโลก” อุลัย กล่าว
ต่อมา ยังมีสบู่มะลิที่ออกแบบแพ็กเกจจิ้งมีรูปดอกมะลิและพวงมาลัย สื่อถึงวัฒนธรรมของประเทศไทย และในช่วงปลายปีนี้จะเปิดตัวแพ็กเกจจิ้งใหม่ของสบู่มังคุด โดยเป็นแพ็กเกจจิ้งนักกีฬาสื่อถึงคุณสมบัติของสินค้า เจาะกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย ซึ่งปัจจจุบันมีสบู่รวม 10 รายการ และมีส่วนผสมต่างๆ จากสมุนไพรไทย
ขณะที่การแข่งขันในตลาดสบู่ที่รุนแรง และมีแบรนด์ในประเทศจำนวนมาก ต้องมุ่งแนวคิดของแบรนด์ที่ว่า การเป็น Product of Thailand และ The Best Ingredient of Thailand ที่คัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพดีที่สุด ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ทั้งน้ำมันมะพร้าว และส่วนผสมต่างๆ มาจากธรรมชาติทั้งหมด ส่วนสบู่น้ำนมข้าวก็มีส่วนของข้าวอยู่ในสบู่ ถือเป็นส่วนผสมพิเศษ (ซิกเนเจอร์) ของแบรนด์
กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชื่นชอบสินค้าไทย และกลุ่มคนไทยที่อยากซื้อสินค้าของฝากให้แก่กัน เพราะสินค้าได้จัดวางให้อยู่ในรูปแบบ
ของกิฟต์เซตอุลัย กล่าวต่อว่า ได้เปิดร้านอูลาร่าที่ตลาดนัดจตุจักร โครงการ 9 ซอย 13/4 เพื่อเจาะลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยลูกค้าตอบรับที่ดีมาก และลูกค้าที่มาซื้อสินค้าจะเป็นชาวต่างชาติในสัดส่วน 99% ที่เหลือเป็นคนไทย ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยก็จะกลับมาซื้อสินค้าซ้ำ นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจำหน่ายสินค้าในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ทั้ง จ.เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ รวมทั้งผ่านร้านค้าเพื่อสุขภาพที่มีตัวแทนจำหน่ายรวมกว่า 150 ร้านค้า
“ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลง บริษัทต้องปรับตัว เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าใหม่ และเอสเอ็มอีทุกรายต้องปรับแนวคิด มีความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจ แต่ต้องรักษาคุณภาพเดิมของสินค้าไว้ และดูความต้องการของลูกค้าว่าชื่นชอบสินค้าแบบใด ก็ต้องพร้อมปรับให้ตรงกับใจลูกค้า” อุลัย กล่าว
อุลัย กล่าวว่า ได้เริ่มส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ ทั้งประเทศสหรัฐ ญี่ปุ่น จีน และมาเลเซีย โดยสหรัฐได้มีสบู่ลาเวนเดอร์ ออร์แกนิก ที่ส่งออกเฉพาะสหรัฐ เพราะลูกค้าต้องการสินค้าออร์แกนิก รวมทั้งวางแผนแต่ละปีจะมีสินค้าใหม่ออกมาทำตลาดปีละ 1 รายการ อีกทั้งในอนาคตจะมีสินค้าใหม่ทั้งครีมบำรุงและสครับที่มาจากน้ำนมข้าวสูตรพิเศษ
ผลการทำตลาดในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา มียอดขายเติบโตได้ดี โดยคาดว่ายอดขายในปีนี้จะขยายตัว 30% สัดส่วนยอดขายมาจากคนไทย 40% และต่างประเทศ 60%
“การเริ่มต้นทำธุรกิจด้วยตัวเอง จะต้องวางแผนธุรกิจ ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ โดยตนเองก็ทำทุกอย่างให้พร้อม ทั้งจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท มีการเสียภาษีอย่างถูกต้อง จดทะเบียนธุรกิจเพื่อพร้อมส่งออก และทำบาร์โค้ดสินค้าเพื่อพร้อมขยายตลาดใหม่ทันที” อุลัย กล่าว
ความนิยมของข้าวไทยที่มีชื่อเสียงทั่วโลกอย่างยาวนาน ถูกแปรรูปมาสู่สบู่น้ำนมข้าว “อูลาร่า” ซึ่งกำลังขึ้นแท่นแบรนด์สินค้าไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องมาซื้อเมื่อเดินทางเข้ามาในประเทศไทย







