
เงื้อง่าราคาแพง
ปัญหาภัยแล้งได้ขยายวงออกไปอย่างกว้างขวาง ส่งผลกระทบกับประชาชนในหลายจังหวัด กระทบเป็นลูกโซ่มายังระบบเศรษฐกิจของไทยซึ่งเป็นประเทศกสิกรรมเป็นหลัก
ปัญหาภัยแล้งได้ขยายวงออกไปอย่างกว้างขวาง ส่งผลกระทบกับประชาชนในหลายจังหวัด กระทบเป็นลูกโซ่มายังระบบเศรษฐกิจของไทยซึ่งเป็นประเทศกสิกรรมเป็นหลัก
เขื่อนหลักของไทยที่เป็นตัวสนับสนุนการเกษตรและอุตสาหกรรมของประเทศล้วนมีน้ำน้อยมากๆ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 33 แห่งทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำกักเก็บคงเหลือ 40,009 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 57% ของความจุ และเป็นน้ำใช้การได้จริงเพียง 16,596 ล้านลูกบาศก์เมตร
อ่างเก็บน้ำหลักทั้ง 4 อ่างในลุ่มเจ้าพระยา คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำกักเก็บคงเหลือรวมกัน 11,850 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 48% ปริมาณน้ำใช้การได้จริงมีเพียง 5,154 ล้านลูกบาศก์เมตร ไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกช่วงฤดูแล้ง
หน่วยงานราชการประเมินว่าปีนี้จะมีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งโดยตรง คือ ชาวนาและเกษตรกรที่เคยเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง 398,347 ราย พื้นที่ 11.97 ล้านไร่ แบ่งเป็น ในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา 345,161 ราย พื้นที่ 10.70 ล้านไร่ และในเขตลุ่มน้ำแม่กลอง 53,186 ราย พื้นที่ 1.27 ล้านไร่
มูลค่าความเสียหายแล้วราว 5,600 ล้านบาท และชาวนาผู้ปลูกข้าวอาจสูญเสียรวมกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท เมื่อสิ้นสุดฤดูร้อน นับเป็นมูลค่าความเสียหายมากที่สุดในค่าเฉลี่ยรอบ 5 ปี ที่อยู่ที่ราว 1.19 หมื่นล้านบาท
แต่ผมคาดว่านั่นเป็นการประเมินภาพผลกระทบที่น้อยเกินไป อย่าลืมว่าภัยแล้งรอบนี้กระจายตัวออกไปแทบทุกพื้นที่ ไม่ใช่แค่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด และลุ่มน้ำแม่กลองอีก 4 จังหวัด แต่ทั้งเหนือ กลาง อีสาน ใต้ โดนหมด
นั่นหมายความว่า ภัยแล้งจะยิ่งฉุดกำลังซื้อภาคครัวเรือนในชนบท ในเมืองหลักให้ลดลง ส่งผลต่อไปยังธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ซ้ำเติมภาวะความฝืดเคืองให้แย่ลงไปอีก
ลงว่าถ้าข้าวนาปรังรอบนี้หยุดอาจไม่มีปัญหามากนัก แต่ถ้าข้าวนาปีฤดูกาลผลิตปี 2558/2559 ลากยาวไป คนในภาคเกษตรกรรมที่มีอยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาไม่น้อยกว่า 25% ของประชากรทั้งประเทศจะชอร์ตไป
เดือน ต.ค. 2557-ปัจจุบัน มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ไปแล้ว 23 จังหวัด และพื้นที่การเกษตรประสบภัยอีก 11 จังหวัด
กางแผนที่ออกมาก็พบว่าแล้งกระจายไปทั่วประเทศ...
คำถามที่ตามมาคือ เราจะทำอย่างไรกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น สร้างเสริมอาชีพให้เกษตรกรหันไปปลูกพืชน้ำน้อยขุดบ่อบาดาล สร้างประปาชุมชน พักหนี้เกษตรกร ตามที่หน่วยงานรัฐเสนอแค่นั้นพอมั้ย
ผมเสนอว่ารัฐบาลต้องเรียกประชุมกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศที่ทำเนียบฯ ให้หน่วยงานมากางแหล่งน้ำของประเทศให้เห็นกันจะจะซิว่าน้ำแต่ละสายเหลือเท่าไหร่ แห้งขอดขนาดไหน และประเมินว่าถ้าฝนตกออกมาในแต่ละปีปริมาณเท่าไหร่จะเกิดอะไรขึ้น เอาให้ทุกคนเห็นภาพสายธารทั้งประเทศ
นี่คือโอกาสดีที่จะทำให้คนทั้งประเทศเห็นภาพร่วมกัน มองเห็นปัญหาเหมือนกัน จากนั้นท่านผู้นำก็จัดทรัพยากรงบประมาณของประเทศในงบกลางหมวดแก้ปัญหาภัยพิบัติที่มีอยู่ประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท นำร่องไปจ้างเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ร่วมกันขุดร่องน้ำลำคลองที่แห้งผาก
ผมเชื่อว่าด้วยงบประมาณจำกัดที่มี ไทยจะได้สายน้ำแห่งชีวิตที่ลึกขึ้น กว้างขึ้น กักเก็บน้ำได้มากขึ้น มาเยียวยารักษาประเทศให้ดินดำน้ำชุ่มมากกว่าปัจจุบัน และสร้างความกระชุ่มกระชวยให้กับเศรษฐกิจไทยได้ไม่น้อย







