
กสิกรเน้นบริการ เพิ่มผลตอบแทน ‘สำรองเลี้ยงชีพ’
บลจ.กสิกรไทย ลั่นรักษาแชมป์กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เน้นทำผลตอบแทนที่ดี บริการหลากหลาย
บลจ.กสิกรไทย ลั่นรักษาแชมป์กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เน้นทำผลตอบแทนที่ดี บริการหลากหลาย
นายเกษตร ชัยวันเพ็ญ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทยังครองส่วนแบ่งอันดับหนึ่งในธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพติดต่อกันมาเป็นปีที่ 6 โดยมีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหารอยู่ที่ 1.34 แสนล้านบาท และตั้งเป้าสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 1.45 แสนล้านบาท
“ตอนนี้อันดับ 1-5 ในธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีสินทรัพย์ระดับ 1 แสนล้านบาทกันหมด ไม่ต่างกันมาก แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจนี้จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า แต่บริษัทยังตั้งเป้าจะเป็นผู้นำในธุรกิจนี้ต่อเนื่อง โดยเน้นสร้างผลตอบแทนที่ดีและการบริการให้แก่สมาชิก” นายเกษตร กล่าว
สำหรับธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 7.8 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้นจากสิ้นปี 2557 ประมาณ 4.6% โดยกองทุนส่วนบุคคลจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.ลูกค้าสถาบัน และ 2.ลูกค้าบุคคล ในส่วนของกลุ่มลูกค้าสถาบันยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่หันมาจ้างผู้จัดการกองทุนบริหารเงินให้แทนการบริหารเอง จึงเป็นตลาดที่ยังมีแนวโน้มเติบโต รวมทั้งบริษัททั่วไปหันมาใช้กองทุนส่วนบุคคลมากขึ้น
นายเกษตร กล่าวว่า ในส่วนของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เป็นคนละส่วนกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่ง กอช.มีกลุ่มเป้าหมาย คือ แรงงานนอกระบบ ต้องดูรอดูว่าจะมีสมาชิกเข้ามาสมัครมากน้อยแค่ไหน ซึ่งหากมีสมาชิกจำนวนมากและขนาดกองทุนใหญ่ คาดหวังว่ารัฐอาจแบ่งบางส่วนจ้าง บลจ.บริหารเงินให้ เช่นเดียวกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และกองทุนประกันสังคม ซึ่งจะเป็นโอกาสในการเติบโตของกองทุนส่วนบุคคล
น.ส.ยุพาวดี ตู้จินดา รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า กองทุนส่วนบุคคลที่เป็นลูกค้าบุคคลรายใหญ่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าเริ่มสนใจไปลงทุนในต่างประเทศผ่านรูปแบบของกองทุนส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น แต่บางส่วนรอความชัดเจนด้านภาษีเกี่ยวกับการลงทุน
สำหรับการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากเหลือ 25 ล้านบาท มีผลในวันที่ 11 ส.ค. 2558 มองว่าไม่ได้มีผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อกองทุนส่วนบุคคลมากนัก เพราะเชื่อว่านักลงทุนที่มีเงินส่วนใหญ่ได้ปรับพอร์ตกระจายการลงทุนไปก่อนหน้าแล้ว บางส่วนอาจจะมาพักเงินเอาไว้ในกองทุนรวม เพื่อรอดูจังหวะเข้ามาใช้บริการกองทุนส่วนบุคคล
อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากเหลือเพียง 1 ล้านบาท ในวันที่ 11 ส.ค. 2559 ว่าผู้ฝากเงินจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือขยับเงินอย่างไร ซึ่งปัจจุบันผู้ฝากเงินแม้ยังไม่ได้เข้ามาใช้บริการกองทุนส่วนบุคคลโดยตรง แต่เริ่มเห็นการนำเงินเข้ามาพักไว้ในกองทุนตลาดเงิน ซึ่งให้อัตราผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝาก







