posttoday
ปัจจัยลบ รุมเร้าหุ้นไทย

ปัจจัยลบ รุมเร้าหุ้นไทย

27 กรกฎาคม 2558

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)

2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทย ค่าเงินบาท สินค้าโภคภัณฑ์ ร่วงลงทำสถิติใหม่ๆ ท่ามกลางปัจจัยลบรุมเร้าทั้งจากกระแสการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐภายในปีนี้ ความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวที่ล่าช้าของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนและไทยที่นำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)

เงินบาทอ่อนค่าสู่จุดต่ำสุดในรอบกว่า 6 ปี ที่ 34.96 บาท/เหรียญสหรัฐ แนวโน้มการอ่อนตัวของค่าเงินบาทกดดันผู้ลงทุนต่างชาติให้ลดการถือครองหุ้นไทย โดยขายสุทธิอีก 24,649 ล้านบาท ในช่วงวันที่ 1-24 ก.ค. 2558 ดันยอดขายสุทธิปีนี้เป็น 40,316 ล้านบาท

ต่างชาติเริ่มขายหุ้นไทยหนัก หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2556 ทำให้ยอดขายสุทธิสะสมสูงราว 4 แสนล้านบาท จนทำให้การถือครองหุ้นไทยของต่างชาติลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 10 ปี ในช่วงเดียวกันต่างชาติได้ขายสุทธิตราสารหนี้ไทยในจำนวนใกล้เคียงกัน กระแสเงินทุนต่างชาติจึงไหลออกไปแล้วร่วม 8 แสนล้านบาท ในช่วง 26 เดือนที่ผ่านมา แรงขายจากจุดนี้จึงน่าจะเหลือไม่มาก

นอกจากนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังคงมีเครื่องมือดูแลสภาพคล่องทางการเงินในประเทศผ่านการปรับเปลี่ยนการถือครองพันธบัตร ธปท.ที่มียอดคงค้างอยู่ราว 2.5 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 21% ของตัวเลขอัตราเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) สภาพคล่องในประเทศจึงแทบไม่ได้รับผลกระทบจากเงินทุนไหลออก

ดัชนีบลูมเบิร์กโภคภัณฑ์ที่ประกอบด้วยวัสดุพื้นฐานแตะจุดต่ำสุดในรอบ 13 ปี ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าและความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนเมื่อวันศุกร์

มาร์กิตรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ภาคการผลิตเบื้องต้นของจีนในเดือน ก.ค. ลดลงแตะ 48.2 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ร่วงแรง ฉุดหุ้นพลังงานและปิโตรเคมีซึ่งเป็นหุ้นใหญ่ ถ่วงดัชนีหุ้นไทยลงด้วย

ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมต้นน้ำจะถูกกระทบมากกว่ากลุ่มกลางน้ำและปลายน้ำ การที่น้ำมันดิบเบรนต์ร่วงสู่จุดต่ำในรอบ 4 เดือน ที่ 54.62 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และโน้มเคลื่อนไหวเฉลี่ยต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ สร้างแรงกดดันต่อบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) และพลอยฉุดบริษัท ปตท. (PTT)

ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีจากที่มีกำไรจากสต๊อกสินค้าคงคลังในช่วงไตรมาส 2 อาจพลิกกลับเป็นขาดทุนจากสต๊อกอีกครั้งในช่วงไตรมาส 3 แถมอัตรากำไรโน้มลดลงจากไตรมาส 2 ไม่ว่าจะเป็นค่าการกลั่นน้ำมันหรือส่วนต่าง

ราคาวัตถุดิบและราคาขาย (สเปรด) ปิโตรเคมี

สัญญาณทางเทคนิคระยะสั้นของหุ้นเหล่านี้ยังเป็นลบ แม้ราคาหุ้นจะลงมาเร็ว แต่ยังสามารถต่อรองราคาสัปดาห์นี้ ตลาดรอจับสัญญาณจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟดจากผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) (28-29 ก.ค.) ข้อมูลเศรษฐกิจไทยเดือน มิ.ย.จาก ธปท.

นอกจากนั้น บจ.ในตลาดหุ้นจะรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ส่วนหนึ่งจะส่งสัญญาณแนวโน้มผลดำเนินงานอีกด้วย ภายใต้สถานการณ์ที่เศรษฐกิจไทยแผ่วลงและมีแนวโน้มยืดเยื้อข้ามปี จึงมีความเสี่ยงด้านลบต่อผลการดำเนินงานของบริษัททั่วไป ซึ่งจะมีการลดประมาณการกำไรและมูลค่าพื้นฐานรายหุ้นอีกระลอก

ตลาดหุ้นไทยปิดต่ำสุดในรอบ 13 เดือนเศษ ที่ 1,438 จุด ซึมซับปัจจัยลบไปค่อนข้างมากแล้ว หุ้นจำนวนมากเริ่มเข้าเขตถูกขายมากเกินไปแล้ว ความเสี่ยงด้านล่างไม่ลึก โดยมีแนวรับอยู่แถว 1,430, 1,410 จุด สามารถเลือกลงทุนรายหุ้นได้

หุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (CK, STEC, SEAFCO) มือถือที่ปันผลสูง (ADVANC, INTUCH) ท่องเที่ยว (AOT) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (TRUEIF, BTSGIF) เป็นต้น กลุ่มรับเหมาก่อสร้างส่วนใหญ่มีงานในมือเพียงพอที่จะดำเนินธุรกิจได้สบายๆ อีก 2 ปี ซึ่งนานพอที่จะรอการประมูลโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่อาจล่าช้าบ้าง

กลุ่มมือถือได้ประโยชน์จากการประมูลคลื่น 4จี ที่มีความชัดเจนมากขึ้นเป็นลำดับ ขณะที่ ADVANC, INTUCH จ่อประกาศปันผลงวดกลางปี ใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ส่วนผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อย และต้องการเงินปันผลสม่ำเสมอน่าพิจารณากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ทดแทนเงินฝากหรือหุ้นกู้บางส่วน

สำหรับผู้ที่ต้องซื้อ LTF, RMF ปีนี้ผ่านมาเกือบ 7 เดือนแล้ว

ดังนั้น จึงแนะนำให้ทยอยลงทุนอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของที่ต้องซื้อครับ พบกันใหม่โอกาสหน้าครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ