posttoday
เงินบาทอ่อนสุดในรอบ6ปี

เงินบาทอ่อนสุดในรอบ6ปี

27 กรกฎาคม 2558

สรุปภาพตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา : ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับถอยลงแรง โดยทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,432.58 จุด ท่ามกลางความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่มีโอกาสล่าช้ากว่าที่คาดหลังประสบภัยแล้ง ประกอบกับแรงกดดันจากการอ่อนตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (กดดันหุ้นในกลุ่มพลังงาน) และผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่อ่อนแอและความกังวลต่อปัญหา NPL ที่อาจจะยืดเยื้อกดดันผลกำไรไปจนถึงช่วงครึ่งปีหลัง

สรุปภาพตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา : ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับถอยลงแรง โดยทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,432.58 จุด ท่ามกลางความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่มีโอกาสล่าช้ากว่าที่คาดหลังประสบภัยแล้ง ประกอบกับแรงกดดันจากการอ่อนตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (กดดันหุ้นในกลุ่มพลังงาน) และผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่อ่อนแอและความกังวลต่อปัญหา NPL ที่อาจจะยืดเยื้อกดดันผลกำไรไปจนถึงช่วงครึ่งปีหลัง

ราคาน้ำมันน่าจะอยู่ในระดับต่ำอีกนาน : ทิศทางราคาน้ำมันน่าจะทรงตัวในระดับต่ำจากอุปทานน้ำมันที่มาจากการยกเลิกคว่ำบาตรอิหร่าน เราจึงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการบริโภคน้ำมันราคาถูก หรือมีน้ำมันเป็นต้นทุนสำคัญ อาทิ สายการบิน เดินเรือ รับเหมาก่อสร้าง ปิโตรเคมีหรือพลังงานปลายน้ำ

ค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และท่องเที่ยว : ค่าเงินบาทอ่อนค่าแตะระดับ 35 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งอ่อนค่าสุดในรอบ 6 ปี โดยธนาคารกสิกรไทยประเมินว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าไปถึงระดับ 35.25 และ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ ณ สิ้นปี 2558 และ 2559 ตามลำดับ

ด้วยเหตุผลของ 1) คาดการณ์ Fed จะเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. 2558 หลังวิกฤตหนี้กรีซผ่อนคลายลง 2)ความต้องการถือเงินเหรียญสหรัฐ (USD) เพื่อซื้อทองคำของผู้ค้าเพิ่มสูงขึ้นตามราคาทองโลกที่อ่อนตัวลงมา 3) คาดว่า ธุรกิจขนาดใหญ่มีธุรกรรมที่รอแลกเงิน USD เพื่อการค้าและการลงทุนในอนาคตอีกจำนวนมาก และ 4) การส่งสัญญาณของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถึงการอ่อนค่าของค่าเงินบาทเพื่อช่วยเหลือภาคส่งออกของไทยในเบื้องต้นเราคาดว่าหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยวและการบิน อาทิ KCE MINT AOT และ AAV จะได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาท

แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุน : ตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ มีโอกาสได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ทำให้การฟื้นตัวของตลาดน่าจะจำกัดแถว 1,450-1,460 จุด ขณะที่ downside ตลาด อาจอยู่ลึกลงไปแถว 1,400 จุด +/- ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เลือกเก็งกำไรรายตัวด้วยวงเงินจำกัด นอกจากนี้ แนะนำจับตาหุ้นในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ (KTB BBL SCB) โดยราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวช่วงปลายสัปดาห์จากแรงเก็งกำไร

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ