
โอกาสตลาดหุ้นจีน
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
ได้รับโอกาสจาก Post Today ให้มาแบ่งปันมุมมองเศรษฐกิจการลงทุน จากนี้ไปทุกวันจันทร์ “รู้รอบโลก รู้รอบรวย” จะนำเรื่องราวเกร็ดน่ารู้น่าสนใจทั้งไทยและเทศ ที่จะช่วยเป็นเครื่องไม้เครื่องมือประกอบการตัดสินใจลงทุนมาฝากกันครับ
เรื่องร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นหุ้นจีน ใครที่กระจายการลงทุนไปจีนซึ่งโดยมากผ่านกองทุนหุ้นจีน หรือติดตามข่าวช่วงต้นเดือน ก.ค. คงอดใจหายใจคว่ำกันไม่ได้ เพราะเกิดการปรับตัวลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้นและตลาดเซี่ยงไฮ้ ที่ลงจากจุดสูงสุดเดือน มิ.ย.ปีนี้ ไปกว่า 27% และ 22%
หากดูผลตอบแทนย้อนหลัง 12 เดือนก่อนปรับตัวของดัชนีเซี่ยงไฮ้ที่ 125% คงไม่แปลกใจกับการร่วงลงหนัก แต่หลังปรับตัวแล้ว ผลตอบแทนย้อนหลัง 12 เดือนก็ยังคงอยู่ที่ 95% คำถามคือโอกาสจากตลาดหุ้นจีนจะยังเหลืออยู่อีกหรือไม่
เมื่อเจาะลึกดูไส้ในเศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดหุ้น พบว่า ในเดือน มิ.ย.
ธุรกิจค้าปลีกขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม เพิ่มขึ้นที่ 10.6% จากปีก่อน หากรวมธุรกรรมซื้อขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตเชื่อว่าจะเพิ่มอีก 3.%
อุตสาหกรรมการผลิตเติบโตขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่สี่ อยู่ที่ 6.8% สูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่ 6.1% และเป็นการเติบโตที่มาจากภาคธุรกิจเอกชนมากกว่าภาครัฐวิสาหกิจ
การลงทุนเพิ่มขึ้น 11.4% จากปีก่อน คงที่จากเดือนก่อนหน้า แม้จะเป็นระดับต่ำสุดนับแต่ปี 2005 แต่ก็เป็นผลจากการปฏิรูปเศรษฐกิจที่ลดบทบาทการลงทุน เน้นบริโภคแทน
การส่งออกเพิ่มขึ้น 2.8% หลังหดตัวมาตลอด 3 เดือน
โดยรวมแล้วเศรษฐกิจจีนไตรมาส 2 ปรับตัวในทิศทางดีขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในไตรมาสถัดไปให้ชะลอตัวไปบ้าง แต่ก็สร้างโอกาสเข้าลงทุนที่ราคาต่ำลง หลังการปรับตัว ดัชนีหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง (HSCEI) มีค่า P/E 8.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 11.5 เท่า และถูกกว่า P/E ของตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้นที่ 15.9 เท่า และ 31.7 เท่า ซึ่งน่าสนใจทยอยสะสมเพื่อลงทุนระยะยาว
ผู้ลงทุนอาจต้องทำใจกับความผันผวนระยะสั้นช่วงการปรับตัวของตลาดหุ้น และเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจจีน แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเชื่อในแนวโน้มระยะยาวและศักยภาพโดยรวมของจีน







