
การเก็บออมกับข้ออ้างตลอดช่วงชีวิต
รุ่นพี่ของผมท่านหนึ่งที่เคยเรียนหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต กฎหมายเศรษฐกิจและธุรกิจ ได้ส่งเนื้อหาเรื่องความแตกต่างของวัยผ่านกลุ่มไลน์ เมื่อผมได้อ่านแล้วต้องบอกกับตัวเองเลยว่า นี่คือสิ่งที่ควรค่าแก่การเผยแพร่ ผมไม่ทราบว่าท่านผู้ใดเป็นผู้แต่ง แม้จะได้ถามรุ่นพี่ที่ได้รับข้อความมา อย่างไรก็ตาม ผมขอขอบคุณและขอชื่นชมในความหวังดีของท่านผู้เขียนสิ่งนี้ ที่ทำให้เราได้เห็นภาพชัดเจนของผู้คนที่มักบอกกับสิ่งที่จำเป็นที่ต้องทำวันนี้ แต่จะมีข้ออ้าง (ไม่ใช่เหตุผล) ที่จะทำในวันหน้า...วันข้างหน้า...โอกาสหน้า ขอแนะนำให้ท่านผู้อ่านค่อยๆ พิจารณาด้วยนะครับ
รุ่นพี่ของผมท่านหนึ่งที่เคยเรียนหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต กฎหมายเศรษฐกิจและธุรกิจ ได้ส่งเนื้อหาเรื่องความแตกต่างของวัยผ่านกลุ่มไลน์ เมื่อผมได้อ่านแล้วต้องบอกกับตัวเองเลยว่า นี่คือสิ่งที่ควรค่าแก่การเผยแพร่ ผมไม่ทราบว่าท่านผู้ใดเป็นผู้แต่ง แม้จะได้ถามรุ่นพี่ที่ได้รับข้อความมา อย่างไรก็ตาม ผมขอขอบคุณและขอชื่นชมในความหวังดีของท่านผู้เขียนสิ่งนี้ ที่ทำให้เราได้เห็นภาพชัดเจนของผู้คนที่มักบอกกับสิ่งที่จำเป็นที่ต้องทำวันนี้ แต่จะมีข้ออ้าง (ไม่ใช่เหตุผล) ที่จะทำในวันหน้า...วันข้างหน้า...โอกาสหน้า ขอแนะนำให้ท่านผู้อ่านค่อยๆ พิจารณาด้วยนะครับ
<<วัยเยาว์>>
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้...ฉันยังเด็กเกินไปที่จะคิดเพราะชีวิตฉันเพิ่งเริ่มต้น ทุกวันนี้ยังต้องแบมือขอเงินพ่อแม่ และฉันไม่เหลือพอที่จะเก็บ ฉันกำลังเล่นสนุกอยู่...วันหนึ่งเมื่อฉันโตขึ้นฉันจะเก็บเงิน
<<วัยรุ่น >>
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้...ฉันยังเรียนหนังสืออยู่เลย พ่อแม่ให้เงินสำหรับพอใช้ในแต่ละวันเท่านั้น ฉันยังเก็บเงินไม่ได้หรอก
นอกจากนั้น ฉันยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ต้องใช้เงินอีก...เมื่อฉันเรียนจบและถ้าฉันหาเงินได้เอง ฉันจึงจะเก็บเอง
<<วัย 20 ปี>>
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้...ฉันเพิ่งเรียนจบเอง ขอเวลาฉันได้พักสมองบ้าง และฉันยังไม่พร้อมที่จะผูกมัดเรื่องนี้
ฉันยังต้องการแสวงหาความสนุก ใช้ชีวิตให้เต็มที่ก่อนสิ ในขณะที่ฉันสามารถทำได้...ใช่มั้ย
ยังมีเวลาเหลืออีกมากที่จะคิด ถึงตอนนั้น...เมื่อฉันพร้อมฉันก็จะเก็บเงิน
<<วัย 30 ปี>>
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้...
ฉันเพิ่งมีครอบครัวและต้องรับผิดชอบหลายอย่าง ค่าใช้จ่ายลูกเดี๋ยวนี้แพงเหลือเกิน
และฉันยังต้องผ่อนหนี้บ้าน ผ่อนรถ ผ่อนบัตร สารพัดจะผ่อน
ทุกวันนี้แทบจะชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่แล้ว...ถ้าวันข้างหน้าฉันหาเงินได้มากกว่านี้และลูกๆ โตแล้ว หมดภาระแล้ว ฉันจึงจะเก็บ
<<วัย 40 ปี>>
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้...ลูกเพิ่งเริ่มเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย
เดี๋ยวนี้ค่าหน่วยกิตและค่าจิปาถะต่างๆ แพงมาก
ไหนยังต้องผ่อนหนี้รถยนต์ให้ลูกอีก ฉันกลัวพวกเขาลำบาก หน้าตาของเขาสำคัญเวลาไปทำงาน
ตอนนี้ยอมรับว่าค่าใช้จ่ายสูงจริงๆ และมันคงยากที่จะเก็บเงิน
แต่อีกสักระยะนะ เมื่อพวกเขาเรียนจบ และเริ่มทำงาน...การเงินคงจะคล่องตัวขึ้น ถึงตอนนั้นฉันจึงจะเก็บเงิน
<<วัย 50 ปี >>
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้...ตอนนี้ลูกๆ เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หลายคนกำลังจะแต่งงาน
ฉันอยากให้พวกเขาเริ่มต้นชีวิตที่ดี
นอกจากนี้ ฉันยังต้องไปช่วยญาติพี่น้องบางคนเพื่อปลดเปลื้องหนี้สินที่ไปก่อไว้ ตอนนี้พวกเขากำลังต้องการความช่วยเหลือ เราจะไม่ช่วยก็ไม่ได้ ชั่วดีถี่ห่างก็ญาติกัน ถ้าใครรู้จะอายเขา
เหตุการณ์มันไม่ได้เป็นไปตามที่ฉันคิดไว้เลย มันติดขัดไปหมด
...ถ้าโชคดีเมื่อไรฉันคงจะเก็บเงินได้
<<วัย 60 ปี>>
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้...
ฉันนึกว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น ฉันอยากเกษียณก่อนกำหนด เหมือนอย่างคนที่เขามีเงินเก็บ พวกเขาสบายแล้ว ไม่มีหนี้แล้ว เป็นอิสระแล้ว
แต่ฉันไม่สามารถทำได้เลย
ฉันกำลังพยายามหาเงินมาจ่ายเงินที่ติดค้างของหนี้บ้านที่เหลือและหนี้สินอื่นๆ
แต่ทุกอย่างยังประดังเข้ามา ไหนจะลูกเอย หลานเอย ญาติเอย
ไอ้โน่น ไอ้นี่มาลงที่ตัวฉันหมด ถ้าภาระฉันหมดเมื่อไร
....ฉันภาวนาว่าฉันน่าจะเก็บเงินได้เสียที
<<วัย 70 ปี>>
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้ ฉันแก่เกินไปที่จะเก็บ ไม่มีแรงจะทำงานแล้ว
เงินบำนาญของฉันก็มีไม่มาก พอเฉพาะเงินจ่ายค่ายาและค่าดูแลรักษาพยาบาลของตัวเองก็แทบไม่เหลือ ประกันชีวิตก็ไม่มี นี่ฉันก็เป็นห่วงอยู่มาก
ฉันไม่อยากไปเป็นภาระของลูกๆ เขา
ฉันน่าจะเก็บตอนที่ฉันมีและควรเก็บได้
ตอนนี้มันสายเกินไปแล้ว...เวลาหมดแล้ว...ทำไมฉันไม่เก็บเงิน...ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้จริงๆ ...มันจบแล้ว
ไม่มีคำพูดใดเพิ่มเติมครับ...ขอบคุณครับ







