
ชาวไร่อ้อยขออุตฯแบ่งขายน้ำตามตามเขต
ชาวไร่เสนอกระทรวงอุตฯ ขอแยกขายน้ำตาลโควตา ข ตามเขต กำหนดมาตรฐานประสิทธิภาพโรงงาน ดูแลระบบน้ำ เพื่อความเป็นธรรมต่อชาวไร่ทุกพื้นที่
ชาวไร่เสนอกระทรวงอุตฯ ขอแยกขายน้ำตาลโควตา ข ตามเขต กำหนดมาตรฐานประสิทธิภาพโรงงาน ดูแลระบบน้ำ เพื่อความเป็นธรรมต่อชาวไร่ทุกพื้นที่
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตาสหกรรม เปิดเผยภายหลังการเข้าพบกับสหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ว่า สหสมาคมชาวไร่อ้อยต้องการให้ทบทวนแยกขายน้ำตาลโควตา ข (น้ำตาลเพื่อการส่งออก) เป็นรายเขต จากเดิมที่เป็นการทำราคาของคณะกรรมการกำหนดนโยบายและกำกับการขายน้ำตาลทรายดิบ โควตา ข ที่ประกอบด้วยชาวไร่อ้อย โรงงาน ราชการ เพื่อนำไปคิดราคาอ้อยของเขตนั้นๆ เนื่องจากการขายรวมกันทำให้เกิดปัญหา เช่น ความเห็นไม่ตรงกันว่าจะขายน้ำตาลในระดับราคาที่เท่าไหร่ และแต่ละเขตมีน้ำตาลโควตา ข ไม่เท่ากัน ซึ่งจะเป็นผลต่อการคิดราคาอ้อย
รวมทั้งต้องการให้กำหนดมาตรฐานประสิทธิภาพการผลิตของโรงงานน้ำตาล เพื่อสร้างความเป็นธรรม เพราะแต่ละโรงงานมีความสามารถในการผลิตไม่เท่ากัน เช่น อ้อย 1 ตัน บางโรงงานผลิตน้ำตาลได้ 100 กิโลกรัม บางแห่งผลิตได้ 95 กิโลกรัม เป็นต้น จึงต้องการให้มีการกำหนดมาตรฐานการผลิตขั้นต่ำไว้ และกำหนดราคาอ้อยตามการผลิตที่กำหนดไว้ เนื่องจากปัจจุบันจะนำน้ำตาลที่ผลิตได้มารวมกันและคิดเฉลี่ยเป็นราคาอ้อย ทำให้โรงงานที่ผลิตน้ำตาลได้น้อย และที่ผลิตน้ำตาลมากต้องจ่ายค่าอ้อยในราคาที่เท่ากัน
สิ่งที่ควรจะเป็นคือ โรงงานที่ผลิตน้ำตาลได้น้อยก็ต้องจ่ายค่าอ้อยในราคามาตรฐานการผลิต ส่วนที่ผลิตได้มากก็จะได้ประโยชน์ไป เพราะเป็นผลมาจากการลงทุนปรับปรุงเครื่องจักร เป็นต้น ซึ่งรัฐบาลต้องเขามาดูแลลดการสูญเสียภายในโรงงานที่ปัจจุบันมีอยู่ 20% ต่อการผลิตเพื่อให้ได้ปริมาณน้ำตาลตามปริมาณที่ต้องการ
ตลอดจนต้องการให้รัฐบาลเข้ามาดูแลระบบน้ำ เนื่องจากพื้นที่ปลูกอ้อยอยู่ในเขตระบบชลประทานเพียง 10% ประกอบกับปีนี้เกิดภาวะภัยแล้ง จึงคาดว่าถ้าไม่มีการสนับสนุนในเรื่องดังกล่าวจะกระทบต่อผลผลิตอ้อย
นอกจากนี้ ชาวไร่จากจ.สุโขทัย ต้องการให้รัฐบาลสนัสนุนการย้ายโรงงานน้ำตาล ของบริษัทไทยเอกลักษณ์ ที่ตั้งอยู่ที่จ.อุตรดิษถ์ มาอยู่อยู่ที่สุโขทัย เนื่องจากช่าวไร่ส่วนใหญ่อยู่ที่สุโขทัย แต่ต้องส่งอ้อยไปเข้าโรงงานที่อุตรดิตถ์ หากย้ายมาได้จะช่วยลดค่าขนส่งได้อย่างมาก โดยโรงงดังกล่าวได้ยื่นหนังสือขอย้ายโรงงานไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะยังไม่ผ่านขั้นตอนของกระทรวงอุตสาหกรรม
นายมานะ ฤทธิชัยสมารจาร นายกสมาคมชาวไร่อ้อย สี่แควนครสวรรค์ กล่าวว่า การกำหนดมาตรฐาประสิทธิภาพการผลิตของโรงงาน เพื่อลดการสูญเสียในขั้นตอนการผลิต เพราะปัจจุบันมีการสูญเสียอยู่ที่ระดับ 23% ซึ่งทุกการสูญเสีย 1% จะส่งผลต่อราคาอ้อย 10 บาท โรงงานจึงต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดการสูญเสียให้เหลือน้อยที่สุด
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การแยกขายทำการขายน้ำตาลทรายโควตา ข แต่เดิมคยมีการทำมาแล้ว แต่ก็มีปัญหาบางเขตทำราคาได้สูงค่าอ้อยก็สูง บางเขตทำราคาได้ต่ำค่าอ้อยก็ต่ำ ซึ่งสุดท้ายก็จะเป็นภาระของรัฐที่ต้องเข้าไปอุดหนุนในบางพื้นที่ จะยิ่งเกิดความไม่ธรรม จึงต้องใช้ระบบรวมกัน







