
เอชเอสบีซีเจาะบริษัทข้ามชาติ
เกณฑ์ใหม่หนุนตั้งฐานในไทย ให้บริการด้านการเงินครบวงจร
เกณฑ์ใหม่หนุนตั้งฐานในไทย ให้บริการด้านการเงินครบวงจร
เอชเอสบีซี เผยบริษัทต่างชาติสนใจตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย เตรียมรุกให้บริการครบวงจร
นายกฤษฎา แพทย์เจริญ ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายพาณิชย์ธนกิจ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบริษัทต่างชาติและบริษัทไทยขนาดใหญ่หลายแห่งสนใจมากที่จะตั้งสำนักงานใหญ่(International Headquarter : IHQ ) ในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทในภาคการผลิตและภาคบริการ จะส่งผลให้ธุรกรรมการค้าการลงทุนระหว่างประเทศมีมากขึ้น
ทั้งนี้ หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายผลักดันให้ไทยเป็นฐานตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ โดยปรับเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ด้านภาษีให้ทัดเทียมสิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเลเซีย ช่วยเร่งส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย
“ไทยมีศักยภาพสูงมากในการเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนของอาเซียน จากความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และแรงงานมีฝีมือ รวมทั้งค่าครองชีพที่ต่ำเมื่อเทียบประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ไทยเป็นประเทศยอดนิยม ผู้บริหารต่างชาติต้องการโยกย้ายถิ่นฐานหรือเลือกมาทำงานในไทย” นายกฤษฎา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคข้อจำกัดบ้างเล็กน้อย เช่น ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ไม่หลากหลาย เนื่องจากมีข้อจำกัดการเปิดเสรีการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ความยุ่งยากในการจัดตั้งสำนักงานข้ามชาติ เพราะต้องติดต่อหน่วยงานราชการหลายแห่ง จึงควรจะมีการให้บริการแบบรวมศูนย์บริการที่เดียว (วันสต็อปเซอร์วิส) สำหรับนักลงทุน
นายกฤษฎา กล่าวว่า เอชเอส บีซีเตรียมที่จะรุกให้บริการด้านการเงินสำหรับธุรกิจระหว่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร จากเครือข่ายสาขาที่มีกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เช่น การให้บริการสินเชื่อธุรกิจ การบริการค้าระหว่างประเทศ บริการด้านแลกเปลี่ยน การบริหารความเสี่ยงจากปริวรรตเงินต่างประเทศ โดยเฉพาะบริการบริหารเงินสดและสภาพคล่องในบัญชีแบบอัตโนมัติ สำหรับธุรกรรมโอนเงินระหว่างประเทศผ่านบัญชีระหว่างบริษัทและบริษัทในเครือทั่วโลก เพื่อประโยชน์ในการระดมทุนระหว่างธุรกิจในเครือ
ปัจจุบันกระทรวงการคลังและ ธปท.อนุญาตให้บริษัทขนาดใหญ่ที่เป็นเครือข่ายในต่างประเทศ สามารถตั้งศูนย์บริหารเงิน (Treasury Center) เพื่อเป็นศูนย์กลางของบริษัทโลกทั่วโลกในการบริหารสภาพคล่อง ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและจัดหาเงินลงทุน โดยล่าสุด บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ ได้ตั้งเอชเอสบีซีเป็นที่ปรึกษาบริหารสภาพคล่องธุรกิจระหว่างประเทศ และคาดว่าธุรกิจนี้จะมีการเติบโตมากขึ้น







