posttoday
เงินกำลังจะหมุนไป โครงการรัฐกระตุ้นศก.

เงินกำลังจะหมุนไป โครงการรัฐกระตุ้นศก.

25 กรกฎาคม 2558

ต้นสัปดาห์ข่าวแผนการลงทุนขนาดใหญ่ของกระทรวงคมนาคมที่ล่าช้าไปกว่ากำหนด

ต้นสัปดาห์ข่าวแผนการลงทุนขนาดใหญ่ของกระทรวงคมนาคมที่ล่าช้าไปกว่ากำหนด ฉุดตลาดหุ้นร่วงระนาวถึงขั้นที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ต้องรีบไปชี้แจงข้อเท็จจริงให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบ เพราะกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนของประเทศ

ที่สำคัญยังอาจทำให้เม็ดเงินงบประมาณที่ลงไปกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังลดน้อยถอยลง

ล่าสุด พล.อ.อ.ประจิน พร้อมหน่วยงานหลักของกระทรวงคมนาคมลงมาชี้แจงความคืบหน้า โดยยืนยันว่าโครงการเมกะโปรเจกต์ของกระทรวงคมนาคมเดินหน้าไปมากพอสมควร ทุกโครงการมีความชัดเจนว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2558-2559 แน่นอน

แต่แผนงานที่จะดำเนินการในปี 2558 บางส่วนอาจจะล่าช้า 2-3 เดือน ได้แก่ โครงการรถไฟทางคู่ 3 เส้นทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) คือ 1.รถไฟทางคู่ลพบุรี-ปากน้ำโพ 2.รถไฟทางคู่มาบกะเบา-จิระ 3.รถไฟสายนครปฐม-หัวหิน จะล่าช้าจากเดือน ส.ค.เป็นเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2558

ทั้ง 3 โครงการมีเม็ดเงินลงทุนไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วม 7.5 หมื่นล้านบาท

ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่ล่าช้าจากแผนงาน 3 สาย คือ 1.รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี 2.รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี 3.รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง จะล่าช้าจากเดิม โดยเลื่อนจากปลายปีนี้ไปเป็นต้นปี 2559 แทน ทั้ง 3 โครงการวงเงินลงทุน 214,000 ล้านบาท

ขณะที่โครงการอื่นๆ ยังเดินหน้าตามแผน ทุกโครงการจะเริ่มเดินหน้าได้ในปี 2559 อย่างแน่นอน

“หลายโครงการที่ล่าช้าไม่เป็นไปตามเป้าหมายนั้น ยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะไปเร่งรัดหน่วยงานให้ผลักดันโครงการที่ยังไม่ได้อยู่ในแผนปีนี้ เช่น โครงการในปี 2559-2560 ให้มาดำเนินการในปีนี้ ซึ่งแต่ละหน่วยงานรับปากว่าจะพยายามเร่งรัดให้ แต่เมื่อถึงเวลาแล้วไม่สามารถดำเนินการได้ ก็ต้องปรับให้กลับไปอยู่ในแผนเดิม หรือต้องรอเงินงบประมาณในปีถัดไป เราไม่ใช่เจ้าสัว อยากจะทำอะไรก็ควักกระเป๋าเงินจ่ายได้ แต่จะต้องจัดทำแผนงานโครงการให้สอดรับกับเงินงบประมาณ บางโครงการอยู่ในแผน 8 ปี (2558-2565) แต่เราไปเร่งรัดให้ผลักดันโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนให้มาเริ่มก่อนในปี 2558 แต่ในความเป็นจริงก็ทำไม่ได้ เพราะติดปัญหาหลายข้อรวมถึงเงินงบประมาณ ก็ต้องรอปีต่อไป” พล.อ.อ.ประจิน กล่าวยอมรับ

อย่างไรก็ตาม พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมทีมงานคอยติดตามและเร่งรัดการดำเนินโครงการต่างๆ ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนปัญหาติดขัดเรื่องการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็ให้ไปหารือกับทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเร่งรัดกระบวนการต่างๆ ให้เร็วขึ้น

ถึงแม้โครงการลงทุน 6 โครงการจะล่าช้าไปจากแผน จนทำให้เม็ดเงินกว่า 289,000 ล้านบาท หมดพลานุภาพในการกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน

แต่ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม ยืนยันว่า โครงการที่มีการลงทุนชัดเจน และจะมีเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในปีนี้แน่นอนคือ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) 3 เส้นทาง ประกอบด้วย สายบางปะอิน-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กม. วงเงิน 84,600 ล้านบาท จะประมูลได้ในเดือน ต.ค. 2558 และมีเม็ดเงินเข้าระบบในเดือน ธ.ค. 2558

มอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ระยะทาง 96 กม. วงเงิน 55,620 ล้านบาท จะเริ่มประมูลในเดือน พ.ย. 2558 และเม็ดเงินเข้าสู่ระบบในเดือน ก.พ. 2559 ส่วนสายพัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 32 กม. วงเงิน 20,200 ล้านบาท จะเริ่มประมูลในเดือน ส.ค. 2558 เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในเดือน ต.ค. 2558

นั่นหมายถึงว่าจะมีเม็ดเงินจากภาครัฐกว่า 1.6 แสนล้านบาท ลงไปกระตุ้นเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ สร้อยทิพย์ ยังยืนยันว่า ในปีนี้กระทรวงคมนาคมได้รับงบประมาณมา 1.44 แสนล้านบาท ซึ่งงบประจำสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายอยู่แล้ว เพราะส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเรื่องของเงินเดือน และวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ส่วนงบลงทุนนั้นจะมีการเบิกจ่ายได้ทั้งสิ้น 70% จากเป้าหมายที่กำหนดไว้ 79% แน่นอน จึงคาดว่าในเดือน ก.ย.นี้จะลงไปตามเป้าหมายทั้งในส่วนของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท

ในส่วนของงบกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับมา 3.9 หมื่นล้านบาทนั้น กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ที่ยังลงนามเพื่อดำเนินการไม่ครบตามงบที่ผูกพันไว้ แต่มั่นใจว่าจะสามารถลงนามได้ทั้งหมดในเดือน ก.ค.นี้

ขณะที่รัฐวิสาหกิจที่ได้รับงบประมาณมา 4.5 แสนล้านบาทนั้น ได้แผนกำหนดไว้ 44% แต่เบิกจ่ายได้จริง 28% ถือเป็นเรื่องของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างค่อนข้างล่าช้า แต่เมื่อมีการผูกพันงบประมาณแล้ว การเบิกจ่ายจะเร็วขึ้น จึงขอให้ติดตามดูในเดือน ก.ย.อีกครั้ง

“ภายในเดือน ก.ย.นี้ เรามีแผนเสนอโครงการให้ ครม.พิจารณาอีก 16 โครงการ อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง รถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางแค-พุทธมณฑลสาย 4 นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟทางคู่ ประจวบฯ-ชุมพร รถไฟทางคู่ มาบกะเบา-จิระ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา หากโครงการเหล่านี้ผ่านก็จะกระตุ้นการลงทุน” สร้อยทิพย์ กล่าว

พีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ ยังดำเนินการตามแผนงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และที่อยู่ระหว่างการศึกษาออกแบบอีกหลายโครงการ โครงการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงคมนาคมแล้ว คือ รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง และรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ได้เสนอกระทรวงคมนาคมไปแล้ว แต่มีรายละเอียดต้องปรับปรุงอีกเล็กน้อย จึงนำกลับมาปรับปรุงก่อนจะเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม.

ฟาก วุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า ในปีนี้ รฟท.จะสามารถประกวดราคาก่อสร้างรถไฟทางคู่ได้ 3 เส้นทางแน่นอน คือ 1.สายฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ระยะทาง 106 กิโลเมตร วงเงิน 11,348 ล้านบาท 2.สายจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 187 กิโลเมตร วงเงิน 26,007 ล้านบาท

3.สายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 169 กิโลเมตร วงเงิน 17,293 ล้านบาท

ขณะที่โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง และส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ พญาไท-บางซื่อ-ดอนเมือง จะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2559

ผู้บริหารกระทรวงคมนาคมเชื่อมั่นว่าแม้แผนงานระยะต้นจะติดขัดทางเทคนิค แต่การันตีว่าตั้งแต่ต้นปี 2559 โครงการลงทุนฉลุยแน่นอน

ขณะที่นายกรัฐมนตรีก็ยืนยันว่าได้ให้ไปเร่งโครงการลงทุนรถไฟฟ้ากับจีนให้เร็วขึ้น โดยในเดือน ส.ค.ต้องเริ่มต้นให้ได้ เพื่อให้เกิดการก่อสร้างภายในเดือน ต.ค.

รักแล้วรอหน่อย...โครงการลงทุนรัฐกำลังจะหมุนไปกระตุ้นเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ