posttoday
ลอยตัวน้ำตาลแน่ แต่มี ‘เพดาน’

ลอยตัวน้ำตาลแน่ แต่มี ‘เพดาน’

24 กรกฎาคม 2558

สถานการณ์ราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลกอยู่ในภาวะตกต่ำต่อเนื่อง โดยล่าสุดราคาน้ำตาลตกลงเหลือเฉลี่ยไม่เกิน 13 เซนต์/ปอนด์ จากเมื่อ 1 ปีก่อน ที่ราคายืนอยู่ที่ 16-17 เซนต์/ปอนด์ จะส่งผลให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทยเผชิญกับความยุ่งยากในอีกไม่กี่เดือนนับจากนี้

สถานการณ์ราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลกอยู่ในภาวะตกต่ำต่อเนื่อง โดยล่าสุดราคาน้ำตาลตกลงเหลือเฉลี่ยไม่เกิน 13 เซนต์/ปอนด์ จากเมื่อ 1 ปีก่อน ที่ราคายืนอยู่ที่ 16-17 เซนต์/ปอนด์ จะส่งผลให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทยเผชิญกับความยุ่งยากในอีกไม่กี่เดือนนับจากนี้

ชัยวัฒน์ คำแก่นคูณ ประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน ระบุว่า ราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ตกต่ำจะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายในประเทศ เนื่องจากไทยมีการส่งออกน้ำตาล 8.5 ล้านตัน/ปี หรือคิดเป็น 80% ของผลผลิตทั้งหมด

หากรายได้จากการส่งออกลดลง เงินค่าอ้อยขั้นปลายที่ระบบจะต้องแบ่งให้ชาวไร่อ้อยเพิ่มเติมจากเงินค่าอ้อยขั้นต้น “จะลดลงหรือไม่มีเลย” ก็จะเป็นภาระของกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) ที่ต้องกู้เงินมาจ่ายให้ชาวไร่อ้อยเพื่อให้คุ้มกับต้นทุนการปลูกอ้อย

“ปีนี้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกตกต่ำ เพราะประเทศหลักๆ เพิ่มพื้นที่ปลูกอ้อย ไม่ว่าจะเป็นไทย บราซิล ออสเตรเลีย ขณะที่ปัญหาภัยแล้งได้ทำให้ต้นทุนปลูกอ้อยสูงขึ้น เกษตรกรบางกลุ่มหันไปทำระบบน้ำหยด หรือมีต้นทุนสูบน้ำเข้าไร่เพิ่ม อีกทั้งปลายปีจะมีการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลก่อนการเปิดเออีซี ซึ่งจะมีผลกระทบต่อชาวไร่อ้อย และทำให้การบริหารจัดการเงินกองทุนอ้อยจะมีความ
ยุ่งยากมากขึ้น” ชัยวัฒน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัฐเชื่อว่าราคาน้ำตาลที่ตกต่ำจะไม่มีผลกระทบต่อการปรับโครงสร้างอุตสาห กรรมอ้อยและน้ำตาล และนโยบายลอยตัวราคาน้ำตาลในประเทศ

พิชัย ตั้งชนะชัยอนันต์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ระบุว่า การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยยังคงเดินหน้าต่อไป โดยจะนำโครงสร้างใหม่ที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ศึกษาไว้มาปรับปรุงให้เหมาะกับอุตสาหกรรมนี้ ขณะที่โครงสร้างหลักๆ จะยังคงระบบแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างชาวไร่และโรงงานที่ 70:30 เหมือนเดิม

ด้าน จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม ยืนยันเช่นกันว่า “การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยฯ โดยหลักก็ไม่ได้ปรับอะไรมาก เพียงแต่ต้องทำให้เกิดความชัดเจน เพราะต้องบอกเลยว่า ถ้าปรับแล้วชาวไร่ไม่เอา โรงงานไม่เอา เขาก็ประท้วง และเรายังต้องรับผิดชอบผู้บริโภคด้วย ดังนั้นการเก็บเงินเพิ่มจากราคาน้ำตาล 5 บาท/กิโลกรัม ก็จำเป็นจะต้องคงไว้ต่อไป เพราะเป็นทางเดียวที่ดีที่สุดในการเก็บเงินเข้า กท. เพื่อชำระหนี้ที่กู้มาจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)”

จักรมณฑ์ ย้ำว่า ปัจจุบันโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายโดยรวมถือว่าเหมาะสม ทั้งระบบการแบ่งผลประโยชน์ และราคาขายปลีกน้ำตาลทราย

อีกทั้งในฐานะที่ไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก ดังนั้นไทยไม่จำเป็นต้องลอยตัวราคาน้ำตาลก่อนเข้าสู่เออีซี เพราะนั่นหมายความว่าผู้บริโภคจะต้องบริโภคน้ำตาลที่แพงขึ้น เนื่องจากต้องไปร่วมแชร์ราคากับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไม่จำเป็น และปัจจุบันไทยก็ไม่ได้ปฏิบัติตัวที่ขัดหลักการค้าเสรี แม้จะมีหลายประเทศกล่าวหาว่ารัฐบาลอุดหนุน ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจผิด โดยรัฐบาลกำลังแก้ไขเรื่องนี้ให้กระจ่าง

“เรื่องเงิน 5 บาท แต่เราก็กำลังจะแก้ไขให้เกิดความกระจ่าง โดยการแก้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดิม ว่าต่อไปนี้การกำหนดราคาน้ำตาลจะเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อ ผู้ขาย และชาวไร่อ้อย ที่ต้องคุยกัน โดยรัฐบาลไม่มีสิทธิแทรกแซง”

จักรมณฑ์ ยังระบุว่า สำหรับการกำหนดราคาน้ำตาลทรายในประเทศนั้น กระทรวงพาณิชย์จะเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่กำหนดว่าราคาต้องเป็นเท่าไหร่ โดยราคาที่กำหนดยังคงเป็นราคาที่ตรึงเอาไว้ ซึ่งบอกไม่ได้ว่าราคาจะเพิ่มหรือจะลดจากปัจจุบันเท่าใด

“การลอยตัวมันก็ต้องมีเพดานที่เหมาะสม ผู้บริโภคต้องไม่แบกภาระหนักเกินไป” จักรมณฑ์ ระบุ

จึงสรุปได้ว่าแผนการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายให้เป็นไปตามกลไกตลาดโลกที่มีความคิดกันมาตั้งแต่ช่วงเริ่มตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีอันต้องพับแผนและปรับเป็นการลอยตัวแบบมีเพดานในท้ายที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท