
สผ.ครึ่งแรกกำไรแย่กว่าคาด
PTTEP ไม่สดใส ครึ่งปีแรกกำไรแค่ 9,928 ล้านบาท ลดลงจาก 3 หมื่นล้าน เมื่อครึ่งปีก่อน
PTTEP ไม่สดใส ครึ่งปีแรกกำไรแค่ 9,928 ล้านบาท ลดลงจาก 3 หมื่นล้าน เมื่อครึ่งปีก่อน
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) เปิดเผยว่า บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิงวดครึ่งปีแรกของปี 2558 จำนวน 9,928 ล้านบาท ลดลงอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3.06 หมื่นล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการขายที่ลดลงมาอยู่ที่ 48.61 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เมื่อเทียบกับ 66.35 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ของงวด 6 เดือนปีที่แล้ว แม้ว่าปริมาณการขายเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นจาก 3.07 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน มาอยู่ที่ 3.26 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน
ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2558 ยังคงได้รับผลกระทบจากสภาวะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ผันผวน อีกทั้งยังประสบกับภาวะค่าเงินบาทอ่อนตัว ส่งผลให้บริษัทรับรู้กำไรสุทธิลดลง โดยมีกำไร
สุทธิ 1,312 ล้านบาท 87% จากไตรมาสแรกปี 2558 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 8,616 ล้านบาท และลดลง 92.87% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.81 หมื่นล้านบาท
กำไรของ PTTEP ที่ประกาศออกมานั้น ถือว่าต่ำกว่าประมาณการที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ อย่างบริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ทรีนีตี้ คาดว่าจะมีกำไรสุทธิไตรมาส 2 ที่ 1,419 ล้านบาท บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 2,100 ล้านบาท และดีบีเอสยังประเมินว่าผลดำเนินงานของ PTTEP จะยังคงไม่สดใสต่อเนื่องไปในไตรมาส 3 ปีนี้อีกด้วย
อย่างไรก็ดี ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ที่มีกำไรลดลงมากเกิดจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานหลัก ประกอบด้วยผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการบันทึกค่าใช้จ่ายทางภาษีรอการตัดบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่อ่อนค่าลง เป็นจำนวน 73 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจาก PTTEP ใช้สกุลเงินเหรียญสหรัฐในการจัดทำบัญชี
ขณะที่บริษัทต้องใช้สกุลเงินบาทในการยื่นภาษี ซึ่งรายการดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสดของบริษัทแต่อย่างใด และยังรับรู้ขาดทุนจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันจำนวน 56 ล้านเหรียญสหรัฐ ประกอบด้วยการรับรู้ขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงของสัญญาที่ครบกำหนดในไตรมาส 2 จำนวน 19 ล้านเหรียญสหรัฐ และการรับรู้ขาดทุนจากการตีราคาตามราคาตลาด สำหรับสัญญาที่ยังไม่ครบกำหนดอีก 37 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการรับรู้ตามหลักการทางบัญชีเท่านั้น โดยการรับรู้มูลค่าจริงของสัญญาที่เหลืออยู่จะเกิดขึ้นตามราคาน้ำมัน ณ วันที่สัญญาดังกล่าวครบกำหนดในไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2558
“แม้ว่าผลการดำเนินงานของ ปตท.สผ. ในครึ่งปีแรกโดยรวมจะปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก เรายังคงมั่นใจในทิศทางการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง โดยคาดว่าปริมาณการขายเฉลี่ยในปีนี้จะโตประมาณ 3% และเมื่อพิจารณาสถานะทางการเงินและเงินสดในมือ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เชื่อว่าสามารถรักษานโยบายการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ และยังดำเนินธุรกิจในสถานการณ์ปัจจุบันอย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถรักษาความต่อเนื่องด้านการจัดหาปิโตรเลียมรองรับการใช้ภายในประเทศ รวมถึงสร้างการเติบโตให้กับบริษัทในระยะยาว และยอมรับว่าแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่ยังผันผวนและลดลง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัท”
ทั้งนี้ คณะกรรมการอนุมัติปันผลงวดกลางปี หุ้นละ 1 บาท ลดลงจาก 3 บาท เมื่องวดครึ่งปีก่อน







