
ทำเลสำคัญที่สุด
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจหนึ่งที่เผชิญกับสถานการณ์แวดล้อมได้ตลอดเวลา ทั้งภัยธรรมชาติ เศรษฐกิจ กำลังซื้อ การแข่งขันระหว่างธุรกิจด้วยกันที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะจำนวนคู่แข่งเพิ่มแบบไม่จำกัด มีปัจจัยลบเล็กน้อยก็อาจกระทบแล้ว เนื่องจากการท่องเที่ยวไม่จัดอยู่ในหมวดการใช้จ่ายที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน หากจะเลือกตัดค่าใช้จ่ายอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะเลือกลดการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวออกก่อน
ประมุขพิสิฐ อัจฉริยะฉาย ประธานกรรมการ โรงแรมในเครือกะตะกรุ๊ป ให้แนวคิดว่า การทำธุรกิจโรงแรมให้อยู่ได้ยั่งยืนระยะยาว สิ่งสำคัญที่สุดคือ เรื่องทำเลที่ตั้งของโรงแรม รองลงมาคือ การลงทุนดูแล ปรับปรุงพัฒนาโรงแรมตลอดเวลา ปรับปรุงสินค้าและบริการให้อยู่ในระดับมาตรฐาน และการกระตือรือร้นทำการตลาด
“เราต้องรู้ว่าสำหรับโรงแรมแล้ว ทำเลที่ตั้งสำคัญที่สุด ถ้าสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ ยังมีความนิยมอยู่ตลอด โรงแรมในทำเลนั้นก็จะอยู่ได้ยาวนาน” ประมุขพิสิฐ กล่าว
ทั้งนี้ ยกตัวอย่างภูเก็ต เป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูง แม้จะมีโรงแรมเกิดใหม่ทุกปี ปีนี้คาดว่าจะเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 1,000 ห้อง ไม่รวมเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ หรือคอนโดมิเนียมขายไม่ออกที่ไปรับตลาดคนจีน โรงแรมที่ตั้งอยู่ในทำเลไม่ดี คือ ติดถนนไม่ติดหาด อาจจะเหนื่อยมากถ้าทำการตลาดไม่ดี แต่สำหรับโรงแรมที่ทำเลติดชายหาด ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของการมาเที่ยวภูเก็ตก็ไม่เหนื่อยเท่าไหร่ เช่น กะตะกรุ๊ป ที่โรงแรมทั้งหมดในเครือจะอยู่ติดชายหาด เป็นจุดขายที่น้อยโรงแรมจะได้ทำเลที่ดีเช่นนี้
โรงแรมในเครือกะตะกรุ๊ป มี 6 แห่ง ได้แก่ กะตะ บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.ภูเก็ต, ภูเก็ต ออร์คิด รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.ภูเก็ต, กานดาบุรี รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะสมุย และรีสอร์ทอีก 3 แห่งภายใต้แบรนด์ บียอน ได้แก่ บียอน รีสอร์ท กะรน จ.ภูเก็ต, บียอน รีสอร์ท เขาหลัก จ.พังงา และบียอน รีสอร์ท กระบี่ จ.กระบี่ ทั้งหมดอยู่ติดชายหาด
นอกเหนือจากทำเลแล้ว อีกสิ่งที่จะช่วยให้การท่องเที่ยวไทยยังโตได้ต่อเนื่อง คือ สิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ที่ผ่านมาแม้ภูเก็ตจะยังมีปัญหาพื้นฐานด้านระบบสาธารณูปโภค คมนาคมที่ไม่ได้สะดวกมาก แต่นักท่องเที่ยวก็ยังหลั่งไหลเข้ามาต่อเนื่อง และในช่วงที่มีเหตุสึนามิ ก็ใช้เวลาเพียง 5-6 เดือน ในการฟื้นตัวกลับมา
ดังนั้น หากไทยทำให้สิ่งอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น บังคับใช้กฎหมายจริงจัง นักท่องเที่ยวจะยิ่งเดินทางมามากขึ้นอีก แม้ว่าเศรษฐกิจโลกมีปัญหา แต่โดยธรรมชาติแล้ว คนยุโรปก็ยังต้องเที่ยว เพียงแต่จะเลือกที่เที่ยวด้วยงบประมาณที่จำกัดลง ไทยเป็นจุดหมายที่คุ้มค่าเงินอยู่แล้ว จึงตอบโจทย์ต่างชาติที่สุด
ประมุขพิสิฐ กล่าวอีกว่า หลักสำคัญอีกอย่างในการดำเนินธุรกิจโรงแรม คือ เมื่อเจอวิกฤตแล้วให้พยายามมองเป็นโอกาส เช่นเมื่อครั้งเกิดสึนามิ ก็ตั้งสติให้ดีพยายามเลี้ยงพนักงานทั้งหมดให้อยู่กันได้ต่อไป พร้อมใช้เวลานี้ในการปรับปรุงสินค้า เมื่อเวลาผ่านไปสถานการณ์ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมจะได้มีพนักงานที่มีความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ทันที
“ให้คิดว่าเราเจอวิกฤตเหมือนกับที่คนอื่นเจอ และทุกครั้งที่เจอวิกฤต ผมมั่นใจว่าเดี๋ยวก็ผ่านไป เดี๋ยวต้องดีเอง ขอเพียงตั้งสติให้ดี เพราะในวิกฤตมักมีโอกาสเต็มไปหมด เช่น สึนามิเมื่อผ่านไปแล้ว ทำให้ชายหาดกลับมาสวยเหมือนเดิม สิ่งที่เคยไม่มีระเบียบตามชายหาดถูกจัดระเบียบมากขึ้น ที่สำคัญทำให้ทั่วโลกรู้จักภูเก็ตมากขึ้น จากที่ก่อนเหตุการณ์อาจยังไม่รู้จัก เมื่อคิดเป็นมูลค่าประชาสัมพันธ์คงต้องใช้เงินมหาศาล นอกจากนี้หลังสึนามิก็ทำให้มีกลุ่มญาติพี่น้องผู้เสียชีวิตจากสึนามิต้องกลับมาเยี่ยมภูเก็ตทุกปีเพื่อรำลึก” ประมุขพิสิฐ กล่าว
สำหรับการทำตลาดโรงแรมนั้น แม้ว่าการจองออนไลน์จะมีอิทธิพลมากขึ้นในยุคนี้ แต่สุดท้ายแล้วโรงแรมต่างๆ ยังต้องให้ความสำคัญด้านการรักษาสัมพันธ์อันดีกับตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวต่างๆ เพราะทำการค้าร่วมกันมานาน และกลุ่มนี้ยังเป็นกลุ่มที่คุมโควตาที่นั่งบนเครื่องบินไว้จำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น)







