posttoday
ลุยสกัดทัวร์ศูนย์เหรียญ ตำรวจท่องเที่ยวฟิตรับเออีซี

ลุยสกัดทัวร์ศูนย์เหรียญ ตำรวจท่องเที่ยวฟิตรับเออีซี

24 กรกฎาคม 2558

โดย...พีรดา ปราศรีวงศ์

โดย...พีรดา ปราศรีวงศ์

กลายเป็นตำนานไล่ปราบเท่าไหร่ก็ไม่หมดไปจากประเทศไทยกับพฤติกรรมการทำทัวร์ต่ำกว่าต้นทุน (ทัวร์ศูนย์เหรียญ) และทัวร์ซื้อหัว (คิกแบ็ก) ซึ่งส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทัวร์จีนที่ส่วนหนึ่งยอมเสี่ยงซื้อทัวร์ศูนย์เหรียญเพื่อมาเที่ยวเมืองไทยตามกระแสความนิยมสักครั้ง หากไม่เกิดปัญหาก็กลับบ้านสบาย แต่หลายกรณีมีปัญหาถูกบังคับซื้อออปชั่นทัวร์เพิ่ม การทิ้งทัวร์ตามมา

ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐได้พยายามหามาตรการป้องกันปราบปราม การรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นทางในทุกตลาดที่มีแนวโน้มเกิดทัวร์ศูนย์เหรียญ การปลุกจิตสำนึกให้กับผู้ประกอบการไทยไม่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวเกินควร พร้อมหามาตรการ รวมถึงนวัตกรรมที่เหมาะกับยุคสมัยเข้าควบคุม

พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ตำรวจท่องเที่ยวได้ร่วมมือกับสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บูรณาการวางแผนยุทธศาสตร์การป้องกันปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ และการสวมสิทธิคนไทยประกอบธุรกิจท่องเที่ยว (นอมินี) ให้เกิดความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหา ล่าสุดได้ใช้ใบสั่งงานมัคคุเทศก์ (ไกด์) ฉบับย่อ (จ๊อบ ออร์เดอร์) ผ่านทางระบบออนไลน์ เพื่อให้บริษัททัวร์กรอกข้อมูลตารางรายการนำเที่ยวในแต่ละวันของนักท่องเที่ยวตลอดการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย จนกว่าจะเดินทางกลับประเทศผ่านระบบออนไลน์ โดยเริ่มใช้ตั้งแต่เดือน ส.ค.เป็นต้นไป

ทั้งนี้ การกรอกจ๊อบ ออร์เดอร์ ทำให้รับทราบถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่พำนักในประเทศไทย สัญชาติ เป็นต้น ซึ่งเป็นอีกเครื่องมือในการป้องกันการหลอกลวงนักท่องเที่ยว สามารถใช้ฐานข้อมูลในการติดตามกรณีเกิดเหตุต่างๆ ขึ้นกับนักท่องเที่ยว การนำนักท่องเที่ยวออกนอกเส้นทาง หรือการทิ้งทัวร์ โดยวิธี
ดังกล่าวเป็นการสุ่มตรวจที่ช่วยลดการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวได้

“จ๊อบ ออร์เดอร์จะเป็นอีกวิธีที่คัดแยกทัวร์ดีและไม่ดีออกจากกัน เป็นการสุ่มตรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถติดตามได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น เพราะการแก้ไขทัวร์ศูนย์เหรียญและนอมินีเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนหลายมิติซ่อนอยู่ ล่าสุดข้อสั่งการของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้หลายหน่วยงานบูรณาการร่วมกัน เชื่อว่าจะทำให้ปัญหาต่างๆ ลดลง” พ.ต.อ.
อาชยน กล่าว

สำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดเสรีอาเซียนช่วงปลายปีนี้ ซึ่งคาดว่านักท่องเที่ยวชาติอาเซียนและเอเชียจะหลั่งไหลเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวนมาก ตำรวจท่องเที่ยวจะนำเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวมาปรับใช้ เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเข้าข่ายกฎหมายอาญามากขึ้น เมื่อเทียบที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจท่องเที่ยว ส่วนใหญ่เป็นกฎหมายแพ่งที่ผู้กระทำความผิดเจรจายอมความได้ จึงกระทำความผิดซ้ำๆ โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ปัญหาบริษัททัวร์หลอกนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติจึงเกิดขึ้นบ่อย ปัญหาการจูงแขก ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้เพิ่มบทลงโทษจากเดิมปรับ 500 บาท เมื่อเพิ่มการปรับเป็น 3,000 บาท พบว่าปัญหาจูงแขกลดลง

พ.ต.อ.อาชยน กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรว่า ได้รับการอนุมัติจาก สตช.เปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวโดยตรง ตามคุณสมบัติที่ต้องการ โดยวางยุทธศาสตร์ตำรวจท่องเที่ยวรุ่นใหม่ให้มีความพร้อมปฏิบัติงานควบคู่กับสถานการณ์การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงตามลักษณะนักท่องเที่ยว

“ตำรวจท่องเที่ยวใหม่ทุกนาย จะมีความเชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ จะถูกฝึกเหมือนตำรวจทั่วไป มีจิตใจรักการบริการ สามารถสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ ส่วนการปรับโครงสร้างการทำงาน
อื่นๆ ขึ้นอยู่กับแนวทางปฏิรูปตำรวจของ สตช.” พ.ต.อ.อาชยน กล่าว

ทั้งนี้ จะเปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถพูดภาษาที่สามได้ โดยระยะแรกรับ 30 นาย และระยะต่อไปอีก 30 นาย โดยเน้นภาษาหลักๆ เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น รัสเซีย และภาษาชาติอาเซียนบางประเทศ

นอกจากนี้ ได้สร้างเครือข่ายการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม บริษัททัวร์ รถเช่า รถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ สถานีตำรวจท้องที่ทั่วประเทศไทยกว่า 1,400 แห่ง โดยตำรวจท่องเที่ยวเปิดอบรมทักษะขั้นพื้นฐาน รวมถึงนำผู้ประกอบการบางกลุ่มขึ้นทะเบียนเพื่อป้องกันการก่อเหตุ

การจัดเตรียมทัพพร้อมรับมือกับการเติบโตทางการท่องเที่ยวในครั้งนี้ จะเป็นอีกฟันเฟืองหนึ่่งในการสร้างความประทับใจและภาพลักษณ์ที่ดีในสายตานักท่องเที่ยวได้ไม่มากก็น้อย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ