posttoday
ทรู อินคิวบ์ปรับแผน เจาะสตาร์ทอัพซีรี่ส์เอ

ทรู อินคิวบ์ปรับแผน เจาะสตาร์ทอัพซีรี่ส์เอ

24 กรกฎาคม 2558

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีรายย่อย หรือเทค สตาร์ทอัพ ในบ้านเราขยายตัวเพิ่มขึ้นแบบเท่าตัวในช่วง 1-2 ปีก่อน จากปัจจัยการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภค ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มนักลงทุน (เวนเจอร์ แคปปิตอล) หันมาขยายธุรกิจใหม่ๆ ผ่านกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่มีความน่าสนใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในรอบปีที่ผ่านมา พบว่า เทค สตาร์ทอัพ ในไทยที่มีเกณฑ์น่าสนใจหรือมีโอกาสการทำธุรกิจได้เริ่มเข้าสู่ระบบลดลง คิดเป็นสัดส่วนเพียง 20% เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนที่เคยมีสัดส่วนอยู่ที่ 80% ซึ่งจากทิศทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้ ทรู อินคิวบ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น อีกหนึ่งธุรกิจบ่มเพาะกิจการรายย่อยด้านเทคโนโลยีหันมาให้ความสำคัญกับการเข้าไปลงทุนธุรกิจสตาร์ทอัพ ระดับซีรี่ส์เอ (Series A) มากขึ้น ไปพร้อมกับการแตกบริษัทใหม่ ภายใต้ชื่อ Ascend Group เพื่อโฟกัสธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์(อีบิซิเนส) โดยเฉพาะ

สาโรจน์ อธิวิทวัส ผู้จัดการทั่วไป ทรู อินคิวบ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า สำหรับบริษัทใหม่ของกลุ่มทรูฯ จะเข้ามาดูแลธุรกิจออนไลน์ต่างๆ ที่รวมถึงอีคอมเมิร์ซ อาทิ วีเลิฟช็อปปิ้งไอทรูมาร์ อีเพย์เมนต์ ทรูมันนี่ ดาต้าเซ็นเตอร์ ฯลฯ ซึ่งรวมถึงการเข้าไปลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีรายย่อย หรือ Ascend Capital ที่ล่าสุดได้เข้าไปร่วมลงทุน (โค-อินเวสเมนต์) ในบริษัท Omise ผู้ให้บริการด้านเพย์เมนต์ เกตเวย์

สำหรับการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ดังกล่าวในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจของบริษัทในอนาคต จากกระแสอีบิซิเนสหรืออีคอมเมิร์ซที่กำลังเข้ามาตีตลาดอย่างรุนแรงในบ้านเราตามพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของผู้บริโภคในไทยที่มีการตื่นตัวอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่ปีทีผ่านมา ซึ่งมีผลต่อการเข้าไปร่วมลงทุนของทรู อินคิวบ์ ที่จะหันไปให้ความสนใจในธุรกิจเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงสร้างธุรกิจใหม่ของบริษัทดังที่กล่าวไว้ข้างต้นมากขึ้น

“จากการที่ทรู อินคิวบ์ จัดกิจกรรมบ่มเพาะผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา และเริ่มเห็นเทรนด์ว่ามีสตาร์ทอัพที่มีคุณภาพเข้ามาในตลาดมีจำนวนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีการปรับรูปแบบการเข้าไปลงทุนในสตาร์ทอัพในกลุ่มซีรี่ส์เอมากขึ้น จากเดิมที่ให้เม็ดเงินลงทุนในกลุ่มสตาร์ทอัพทั่วไป”สาโรจน์ กล่าว

สำหรับเกณฑ์ในการเข้าไปร่วมลงทุนในธุรกิจเทค สตาร์ทอัพ ทั้งในรูปแบบของการให้เม็ดเงินลงทุน (ซีด ฟันด์) และซีรี่ส์เอของกลุ่มทรู อินคิวบ์นั้น จะมีเงื่อนไขในการพิจารณาประกอบด้วยแนวทางหลัก ดังนี้ 1.ตัวบุคคล (พีเพิล) หรือทีมผู้ร่วมงาน อาทิ ประวัติผู้ก่อตั้ง (โปรไฟล์) หรือเป็นผู้ที่เคยทำธุรกิจมาก่อน เป็นต้น 2.แผนการทำตลาด (มาร์เก็ตติ้ง) ดูแนวทางการแข่งขันในตลาดว่ามีใครเป็นคู่แข่งบ้าง และ 3.ไอเดีย แนวคิดในการทำธุรกิจนั้นๆ

ในส่วนของสตาร์ทอัพ ซีรี่ส์เอ นั้นจะเพิ่มเกณฑ์การทำธุรกรรม (ทรานส์ซัคชั่น) หรือข้อพิสูจน์ในการทำธุรกิจว่ามีผู้ต้องการหรือกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการใช้งานจริงจากจำนวนฐานลูกค้าทั่วไปและองค์กร ที่ยอมจ่ายเงินให้กับระบบหรือผลิตภัณฑ์นั้นได้จริง กิจการมีการเติบโต เป็นต้น รวมถึงการเป็นธุรกิจที่ได้รับการยอมรับในระดับหนึ่งหรือมีสื่อให้ความสนใจบ้างแล้ว เป็นต้น         

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ทรูอินคิวบ์ได้เข้าไปร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพ ซีรี่ส์เอ ราว 3-4 ราย และในครึ่งหลังของปีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีรายย่อยที่น่าสนใจและมีความเป็นไปได้ในการทำตลาด โดยปัจจุบันมีเม็ดเงินในกองทุนอยู่ที่ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมวางเป้าหมายรายได้ ผลตอบแทนต่อรายอยู่ที่ไออาร์อาร์ (IRR) 12% ขึ้นไป และจะเป็นผู้ร่วมลงทุนที่มีสตาร์ทอัพ ซีรี่ส์เอ มากที่สุดในประเทศ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ