
ชงปรับสิทธิประโยชน์พลาสติก
เอกชนอ้อนบีโอไอปรับสิทธิประโยชน์พลาสติกเขตเศรษฐกิจพิเศษครอบคลุมกลุ่มพื้นฐาน
เอกชนอ้อนบีโอไอปรับสิทธิประโยชน์พลาสติกเขตเศรษฐกิจพิเศษครอบคลุมกลุ่มพื้นฐาน
นายอัฒฑวุฒิ หิรัญบูรณะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตั้งนิคมอุตสาหกรรมพลาสติกในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 3-4 เดือนนี้ และระหว่างนี้ได้เชิญชวนผู้ประกอบการมาลงทุน พร้อมลงพื้นที่จริงเพื่อประกอบการตัดสินใจ
ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมพลาสติกได้เสนอให้กับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ปรับแก้รายละเอียดของประกาศส่งเสริมการลงทุนให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ผลิตพลาสติกทั่วไปด้วย เนื่องจากปัจจุบันเน้นส่งเสริมเฉพาะอุตสาหกรรมพลาสติกที่ผลิตเป็นชิ้นส่วน หรืออุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในระดับ บี1 โดยให้ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับส่วนที่ผลิตเพื่อการส่งออกเป็นเวลา 1 ปี สิทธิและประโยชน์ที่มิใช่ภาษี และยังได้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นอีกจากการเข้าไปตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ขณะที่โรงงานที่ผลิตพลาสติกทั่วไป เช่น ภาชนะต่างๆ ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์
“ประเทศเพื่อนบ้านมีความต้องการสินค้าพลาสติกขั้นพื้นฐานและมีอัตราการขยายตัวสูง และยังไม่มีอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ชิ้นส่วนพลาสติก หรือพลาสติกที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ดังนั้นหากไม่แก้ไข ระเบียบบีโอไอส่วนนี้ ก็จะไม่ดึงดูดให้เอกชนเข้าไปลงทุน ซึ่งตอนนี้บีโอไอกำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่”นายอัฒฑวุฒิ กล่าว
สำหรับนิคมฯ พลาสติกแห่งแรกในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน คาดว่าจะเกิดขึ้นที่ จ.ตาก เนื่องจากตลาดเมียนมามีอัตราการเติบโตสูงมาก ขณะที่ บริษัท พีทีทีจีซี มีแผนจะเข้าไปลงทุนสร้างคลังกระจายสินค้าเม็ดพลาสติกให้กับโรงงานในนิคมฯ และประเทศเพื่อนบ้าน
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย แบ่งเป็นการผลิตภายในประเทศ 7.9 ล้านตัน นำเข้า 1.8 ล้านตัน โดยมีการนำมาใช้ภายในประเทศ 5.5 ล้านตัน และส่งออกประมาณ 4.2 ล้านตัน และหาก
จีดีพีของไทยขยายตัวตามที่คาดหมายไว้ 3.2% ก็จะทำให้อุตสาหกรรมพลาสติกขยายตัวประมาณ 1% และคาดว่ายอดส่งออกครึ่งหลังของปีจะสูงกว่าในครึ่งปีแรกเล็กน้อย
นายพิชัย ชูเอกวงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย กล่าวว่า ภาพรวมการผลิตเม็ดพลาสติกในปีนี้ต้องพิจารณาทั้งเชิงปริมาณและมูลค่าประกอบกัน โดยคาดว่าพลาสติกแปรรูปจะขยายตัวประมาณ 5% จากมูลค่า 6.1 แสนล้านบาท เป็น 6.4 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ดี การขยายตัวในปีนี้เป็นการขยายตัวที่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเติบโตเฉลี่ย 10% เนื่องจากอุตสาหกรรมต่อเนื่องส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่ปีนี้ยอดขายชะลอตัว และมีการย้ายฐานการผลิต ส่วนอุตสาหกรรมที่ส่งผลบวกต่อการแปรรูปพลาสติกในปีนี้ ได้แก่ โภคภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์อาหาร เพราะมีความต้องการจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มซีแอลเอ็มวีที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง







