
พลังงานแจงซ่อมท่อก๊าซฯเจดีเอคืบ60%
สนพ.แจงการปิดซ่อมท่อก๊าซแหล่งพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซียคืบหน้าแล้ว 60% เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้
สนพ.แจงการปิดซ่อมท่อก๊าซแหล่งพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซียคืบหน้าแล้ว 60% เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวถึงสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ จากการปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ-เอ18) เป็นวันที่ 3 พบว่าการใช้ไฟฟ้าเมื่อวันที่ 21 ก.ค. ซึ่งเป็นวันแรก มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 2,159 เมกะวัตต์ วันที่ 22 ก.ค. มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 2,256 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากวันแรกถึง 96.6 เมกะวัตต์ ทำให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มระดับการเฝ้าระวังการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น โดยทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย( กฟผ. )ได้คาดการณ์ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดระหว่างที่มีการหยุดซ่อมบำรุงอยู่ที่ 2,350 เมกะวัตต์
ด้านความคืบหน้าของการปิดซ่อมท่อก๊าซฯเสร็จไปแล้ว 60% ซึ่งเร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ ในขณะที่มีการใช้น้ำมันดีเซลเพื่อผลิตไฟฟ้าทดแทนไปแล้ว 3.55 ล้านลิตร จากการสำรองดีเซลที่เตรียมไว้รวม17.4ล้านลิตร และใช้น้ำมันเตาไปแล้ว 1.37 ล้านลิตร จากปริมาณสำรองน้ำมันเตารวม 17.7 ล้านลิตร
อย่างไรก็ตาม กฟผ. ได้เตรียมกำลังผลิตพึ่งได้สำรองอยู่ที่ 2,833 เมกะวัตต์ โดยหากดูจากการเดินเครื่องในช่วงเวลาหยุดซ่อมบำรุง มีสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้ามาจากสายส่งไฟจากภาคกลาง 600 เมกะวัตต์ ก๊าซธรรมชาติ 685 เมกะวัตต์ ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก(เอสพีพี) 25 เมกะวัตต์, ซื้อไฟฟ้าจากประเทศมาเลเซีย 30 เมกะวัตต์, ดีเซล 410 เมกะวัตต์, น้ำมันเตา 315 เมกะวัตต์ และจากเขื่อนในภาคใต้ (Hydro) 284 เมกะวัตต์ ทั้งนี้หากมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าเกินกำหนดการเฝ้าระวัง ได้มีมาตรการรองรับแผน 2 ด้วยการปรับเพิ่มปริมาณการส่งไฟฟ้าจากภาคกลางและซื้อไฟฟ้าจากประเทศมาเลเซียเพิ่มขึ้น
ปัจจุบันปริมาณการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมีผลมาจากการเจริญเติบโตทางธุรกิจท่องเที่ยว ได้แก่ สมุย ภูเก็ต หาดใหญ่ ที่รวดเร็ว โดยคาดว่าความต้องการไฟฟ้าจะขยายตัวถึงปีละ 5% และคาดว่าในปี 2562 ความต้องการไฟฟ้าสูงสุดจะอยู่ที่ 3,062 เมกะวัตต์ กระทรวงพลังงานจึงต้องวางแผนการผลิตไฟฟ้าที่มีสมดุลและเพียงพอกับความต้องการใช้ รวมทั้งบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิง ที่มีสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติถึง 40% ซึ่งหากมีการหยุดซ่อมประจำทุกปี เช่นในขณะนี้ที่มีการหยุดซ่อมแหล่งก๊าซฯเจดีเอ มีผลกระทบต่อโรงไฟฟ้าจะนะ ชุดที่ 2 ไม่สามารถดำเนินการผลิตไฟฟ้าได้ และเดินเครื่องได้เพียงชุดที่ 1 ซึ่งเปลี่ยนมาใช้น้ำมนดีเซลแทน เมื่อรวมกับโรงไฟฟ้าขนอม เขื่อนรัชประภา เขื่อนบางลาง และโรงไฟฟ้าอื่นๆ รวมปริมาณกำลังผลิตพึ่งได้ประมาณ 2,200 เมกะวัตต์ ซึ่งไม่เพียงต่อความต้องการ จึงต้องมีการรณรงค์ให้ลดใช้พลังงานในพื้นที่ภาคใต้ทุกปีเช่นกัน







