
เงียบๆ เฉยๆ
สวัสดีครับท่านผู้อ่าน “ไปไหนมาครับ...กินอะไรมารึยัง?” นี่คือคำทักทายที่คุ้นหูกันมานานของคนไทยนะครับ แต่ปัจจุบันนี้คำทักทายเปลี่ยนไปมาก เราจะได้ยินกันบ่อยๆ คือ “เป็นยังไงบ้าง?” แล้วตามมาด้วยคำตอบว่า “เงียบๆ เรื่อยๆ เฉยๆ” คำตอบพวกนี้เป็นข้อบ่งชี้สภาพคล่องตัวของลูกค้าได้เลยครับ แล้วเราจะมีวิธีรับมือกับความเงียบนี้ได้อย่างไร ลองมาดูกันนะครับ
สวัสดีครับท่านผู้อ่าน “ไปไหนมาครับ...กินอะไรมารึยัง?” นี่คือคำทักทายที่คุ้นหูกันมานานของคนไทยนะครับ แต่ปัจจุบันนี้คำทักทายเปลี่ยนไปมาก เราจะได้ยินกันบ่อยๆ คือ “เป็นยังไงบ้าง?” แล้วตามมาด้วยคำตอบว่า “เงียบๆ เรื่อยๆ เฉยๆ” คำตอบพวกนี้เป็นข้อบ่งชี้สภาพคล่องตัวของลูกค้าได้เลยครับ แล้วเราจะมีวิธีรับมือกับความเงียบนี้ได้อย่างไร ลองมาดูกันนะครับ
สิ่งที่เริ่มได้ง่ายๆ ที่สุด คือ ย้อนกลับมาดูอาหารที่เราขายอยู่เป็นหลัก ขอยกตัวอย่างกรณีข้าวมันไก่นะครับ โดยแยกเป็นข้อๆ ได้ดังนี้ 1.จำนวนการขายเป็นอย่างไร? ลดลง ปกติ เพิ่ม ถ้าลดลง ให้ดูที่ราคาขายก่อนเลยครับ ถ้าขายราคาเดิมแสดงว่าข้าวมันไก่คุณมีปัญหาเรื่องความอร่อยแล้วครับ หรือมีทางเลือกมากขึ้นให้กับคนกิน ถ้าขายปกติ ก็ยินดีด้วยครับ ถ้ายอดขายเพิ่มขึ้น นี่โชคดีในความเงียบเลยนะครับ
2.เพิ่มเมนูอาหารเพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าโดยยังคงใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงหลักร่วมกัน ทำให้อาหารมีความหลากหลายขึ้น ปกติที่ทำกันเป็นมาตรฐานก็ต้องมีไก่ทอด ผมแนะนำให้เพิ่มซอสเข้าไปเลยครับ เช่น เครื่องน้ำตก กระเทียมพริกไทยดำ เทริยากิ ซอสกะเพรา ซอสเปรี้ยวหวาน ฯลฯ เหล่านี้ก็ชวนหิวแล้วครับ จากน้ำซุปที่แถมฟรีเราก็อาจทำไข่ตุ๋นเป็นถ้วยเล็กๆ แล้วขายไม่ต้องแพงเพิ่มเข้าไปนะครับ จะช่วยทำให้ข้าวมันไก่ที่เป็นcomfort food อยู่แล้วสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นนะครับ สัปดาห์หน้ามารับมือกับภาวะ “เงียบๆ เฉยๆ” ต่อนะครับ







