posttoday
กสิกรปั้นเอยูเอ็ม1.2ล้านล้าน

กสิกรปั้นเอยูเอ็ม1.2ล้านล้าน

23 กรกฎาคม 2558

บลจ.กสิกรไทย มั่นใจปีนี้ดันเอยูเอ็มแตะ 1.2 ล้านล้านบาท มองหุ้นไทย 1,400 จุดรับอยู่

บลจ.กสิกรไทย มั่นใจปีนี้ดันเอยูเอ็มแตะ 1.2 ล้านล้านบาท มองหุ้นไทย 1,400 จุดรับอยู่

นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) แตะ 1.2 ล้านล้านบาทได้ตามเป้าหมาย จากช่วงครึ่งปีแรกขยายสินทรัพย์เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.11 ล้านล้านบาท เติบโต 2.3% จากสิ้นปีที่ผ่านมาและครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งอยู่ที่ 20.6%

“ช่วงครึ่งปีแรกกองทุนต่างประเทศ (เอฟไอเอฟ) ของบริษัทเติบโต 24.6% เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนในหุ้นไทยไม่ดี ทำให้นักลงทุนขยับออกไปลงทุนต่างประเทศซึ่งเศรษฐกิจฟื้นตัว โดยส่วนใหญ่กองทุนเอฟไอเอฟของเราให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ส่วนนักลงทุนที่ไม่มั่นใจสถานการณ์ก็มาพักเงินในกองทุนรวมตลาดเงินจนขนาดกองทุนเติบโต 31.6% ซึ่งคาดว่ากองทุนทั้งสองประเภทยังเติบโตต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง” นายวศิน กล่าว

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจกองทุนรวมของบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งอยู่ที่ 22.4% และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งเช่นกันอยู่ที่ 15.5% และจะพยายามรักษาส่วนแบ่งอันดับหนึ่งไว้ โดยมองว่าครึ่งปีหลังธนาคารพาณิชย์ยังไม่ขยายสินเชื่อมากจนเกิดการดึงเงินออกจากกองทุนรวม ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารแต่ละแห่งมีแต่ปรับลดเป้าปล่อยสินเชื่อลง

นายพงศ์พิเชษฐ์ นานานุกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทเน้นออกกองทุนรวมที่ครอบคลุมการลงทุนทั่วโลกให้มากขึ้น เพื่อให้นักลงทุนได้ใช้จัดสรรพอร์ตการลงทุนและรองรับกลุ่มนักลงทุนที่ชอบจับจังหวะลงทุนเอง จึงมีแผนขยายการลงทุนไปในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น Index Fund ที่จะลงทุนในประเทศหรือในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เฉพาะเจาะจงเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ จะขยายฐานเป็นผู้นำการลงทุนสู่ระดับภูมิภาค โดยออกกองทุนหุ้นอาเซียนประมาณไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ต้อนรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจแห่งอาเซียน (เออีซี) ปลายปีนี้ โดยที่ผ่านมาบริษัทมีทีมงานเข้าไปศึกษาและวิเคราะห์หุ้นรายบริษัทในประเทศในกลุ่มเออีซีแล้ว จนขณะนี้มีหุ้นที่ครอบคลุมกว่า 150 หุ้น จาก 4 ประเทศหลัก ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

นายพงศ์พิเชษฐ์ กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป นำโดยเศรษฐกิจของสหรัฐที่คาดว่าจะเติบโตได้ดีกว่าประเทศพัฒนาแล้ว โดยต้องติดตามความผันผวนในตลาดหุ้นจีน ปัญหาหนี้กรีซ และการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ส่วนตลาดหุ้นต่างประเทศที่ยังให้น้ำหนักการลงทุนในครึ่งปีหลัง อาทิ เอเชีย ยุโรปและญี่ปุ่น

สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย บริษัทคาดว่าทรงตัวในระดับต่ำและคาดว่าจะยังไม่ลดดอกเบี้ยในครึ่งปีหลัง โดยกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นของบริษัทจะเน้นเพิ่มระยะเวลาการลงทุนที่ยาวขึ้นเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม ส่วนกองทุนตราสารหนี้ทั่วไปจะเน้นจับจังหวะการลงทุน

น.ส.ธิดาศิริ ศรีสมิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า บริษัทยังคงประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ที่ 2.8% ถึงแม้ว่าจะเจอปัจจัยเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะรัฐบาลเลื่อนประมูลเมกะโปรเจกต์ไปเป็นปีหน้าจากปัญหาภัยแล้ง แต่ยังมีปัจจัยบวกมาจากการท่องเที่ยวที่เติบโตเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ได้ปรับลดเป้าการเติบโตกำไรบริษัทจดทะเบียนปีนี้ลงเหลือต่ำกว่า 10% จากเดิม 12% หลังผลการดำเนินงานในกลุ่มธนาคารออกมาต่ำกว่าคาด

“เรายังคงเป้าดัชนีหุ้นไทยปลายปีนี้ที่ 1,600 จุด บนสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 16 เท่า โดยเชื่อว่ารัฐบาลจะเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในครึ่งปีหลัง จึงมองว่าดัชนีไม่น่าหลุด 1,400 จุด ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยไปมากแล้ว” น.ส.ธิดาศิริ กล่าว

อย่างไรก็ดี กองทุนได้ทยอยปรับพอร์ตลงทุนมาตั้งแต่ไตรมาสแรก เพื่อลดความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่เติบโตไม่เป็นตามเป้า จึงถือเงินสดเพิ่มขึ้นเป็น 5-10% และรอจังหวะในการเลือกซื้อหุ้นที่ราคาลงต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานมาก

“ไตรมาสแรกเราลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มแบงก์จาก 15% เหลือต่ำกว่า 10% ทำให้กองทุนได้รับผลกระทบไม่มากจากราคาหุ้นแบงก์ร่วงหนักและลดน้ำหนักหุ้นพลังงานลงมาแล้ว” น.ส.ธิดาศิริ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ