
เจอเนสส์ฯ บุกหนักเอเชีย-ตะวันออกกลาง
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
แม้ว่าเศรษฐกิจในประเทศไทยจะซบเซา แต่บริษัทข้ามชาติ โดยเฉพาะในธุรกิจขายตรงนั้นกลับมองเห็นโอกาสการเติบโตในตลาดเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลางที่ยังมีอีกมาก
กันวาร์ บูตานิ ประธานภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง บริษัท เจอเนสส์ โกลบอล ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงแบรนด์ เจอเนสส์ จากสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า บริษัทได้ให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง เนื่องจากปัจจุบันสามารถทำยอดขายได้ 80% จากที่ทำตลาดอยู่ 115 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมียอดขาย 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3 หมื่นล้านบาท โดยเป้าหมายสำคัญในระยะ 5 ปีข้างหน้าบริษัทวางแผนให้ภูมิภาคดังกล่าวมียอดขายรวมกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 3 หมื่นล้านบาท
แนวทางสำคัญ คือการผลักดันให้แต่ละประเทศในภูมิภาคสามารถเพิ่มยอดขายตามที่ได้วางเป้าหมายไว้ในแต่ละประเทศ ด้วยกลยุทธ์การทำตลาดที่บริษัทวางแผนไว้ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย การผลักดันให้มีผู้นำธุรกิจเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง การสร้างบุคลากรให้มีศักยภาพ และการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ช่วยกระตุ้นยอดขาย ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีฐานการผลิตสินค้าอยู่ที่สหรัฐอเมริกาที่มีกำลังการผลิตเพียงพอรองรับการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ล่าสุดได้เปิดตัวสินค้าใหม่ เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มชะลอวัย “อินสแตนลี่ เอจเลส” (Instantly Ageless) ที่ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากสมาชิก โดยช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายจากสินค้าต่างๆ รวม 120 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,600 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกทั่วโลกกว่า 5 แสนรหัส
“ทุกครั้งที่บริษัทเปิดตัวสินค้าใหม่ ยอดขายจะเติบโตสูงมาก และมีสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่มอย่างมาก เฉพาะเดือน มิ.ย.มีสมาชิกสมัครเข้าใหม่กว่า 1.1 แสนรหัส นอกจากสินค้าใหม่ในกลุ่มต่อต้านริ้วรอยที่เปิดตัวแล้ว ภายในครึ่งปีหลังนี้ยังเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยด้วย เป็นผลิตภัณฑ์ด้านเส้นผม และกำลังพิจารณาว่าจะเปิดตัวสินค้าอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง” กันวาร์ กล่าว
สำหรับแผนการขยายตลาดบริษัทอยู่ระหว่างวางแผน กลับเข้าไปทำธุรกิจขายตรงในเวียดนามอีกครั้ง จากก่อนหน้านี้ที่เคยเข้าไปดำเนินธุรกิจแล้ว แต่รัฐบาลเวียดนามได้เปลี่ยนแปลงกฎหมายการดำเนินธุรกิจขายตรง โดยคาดว่าจะเข้าไปทำธุรกิจใหม่อีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ สำหรับในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทได้เข้าไปดำเนินธุรกิจขายตรงในประเทศกัมพูชา ตุรกี ชิลี โคลัมเบีย และเมืองดูไบ ส่วนปีหน้าจะเริ่มวางแผนขยายตลาดเข้าไปในประเทศอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการวางแผนงาน 1 ปีครึ่ง
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทไม่ได้มุ่งเน้นการขยายตลาดเพิ่มมากนัก เนื่องจากต้องการขยายตลาดในประเทศเดิมให้มีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างมั่นคง ในช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา บริษัท
จึงได้เข้าไปซื้อกิจการจากบริษัท โมนาวี (ประเทศไทย) เนื่องบริษัทดังกล่าวประสบปัญหาด้านการบริหารงานภายใน แต่บรรดาสมาชิกที่ดำเนินธุรกิจขายตรงของโมนาวีถือว่ามีศักยภาพและความสามารถ ทำให้บริษัทมีนักธุรกิจเข้ามาเพิ่มมากขึ้น
ขณะที่ผลการดำเนินงานของประเทศไทย ในปีที่ผ่านมามียอดขาย 800 ล้านบาท ในปีนี้วางเป้าหมายยอดขายประมาณ 1,200-1,500 ล้านบาท ส่วนจำนวนสมาชิกในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 7 หมื่นคน คาดว่าถึงสิ้นปีจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 50%
ทั้งหมดนี้คือแผนการรุกตลาดครั้งใหญ่ของขายตรงจากสหรัฐอเมริกาสวนกับภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา







