
หุ้นไทย23ก.ค.ปิดลด3.18จุด
หุ้นไทยปิดที่ 1,444.66 จุด ลดลง 3.18 จุด มูลค่าการซื้อขาย 29,169.84ล้านบาท
หุ้นไทยปิดที่ 1,444.66 จุด ลดลง 3.18 จุด มูลค่าการซื้อขาย 29,169.84ล้านบาท
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ดัชนีตลาดหุ้นไทย ปิดที่ 1,444.66 จุด ลดลง 3.18 จุด มูลค่าการซื้อขาย 29,169.84ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.PTT ปิดที่ 319.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,594.15 ล้านบาท
2.KBANK ปิดที่ 181.00 บาท ลดลง -1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,357.26 ล้านบาท
3.JAS ปิดที่ 5.15 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,350.91 ล้านบาท
4.PTTGC ปิดที่ 64.25 บาท ลดลง -2.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,190.70 ล้านบาท
5.ADVANC ปิดที่ 248.00 บาท ลดลง -3.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,126.27 ล้านบาท
นายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด หลังจากปรับตัวลงแรงในช่วงก่อนหน้า ด้วยแรงกดดันจากความกังวลเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า และปัญหาภัยแล้งเข้ามาซ้ำเติม ขณะที่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน หลังจากกลุ่มธนาคารพาณิชย์ประกาศออกมากลุ่มแรก ไม่ได้ผิดไปจาคาดการณ์มากนัก ถัดไปจะเป็นการประกาศของกลุ่มพลังงาน ซึ่งคาดว่าจะไม่โดดเด่น ที่ต้องติดตามจะเป็นกลุ่ม Real sector ในช่วงสัปดาห์แรกและสัปดาห์ที่สองของเดือน ส.ค. มากกว่า
ส่วนข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี ตลอดจนทีมเศรษฐกิจ ยังต้องรอความชัดเจน หากเกิดการเปลี่ยนแปลงจริง คาดว่าอย่างน้อยจะส่งผลบวกต่อบรรยากาศการลงทุน ส่วนปัจจัยต่างประเทศ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มองว่าน่าจะลดแรงกดดันในเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพราะก่อนหน้านี้รับข่าวไปพอสมควรแล้ว และยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะไม่รีบปรับอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดการณ์เดิมในเดือน ก.ย. นี้
สำหรับพรุ่งนี้คาดหุ้นไทยมีโอกาสเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยมองว่าดัชนีฯ ที่ปรับลงแรงในช่วงก่อนตอบรับความกังวลเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าไปแล้ว อีกทั้งยังไม่มีปัจจัยลบใหม่เข้ามากระทบ ดังนั้น จึงมีโอกาสเห็นดัชนีฯ ฟื้นตัว จากแรงซื้อกลับเข้ามาบ้าง
ด้านกลยุทธ์ แนะเก็งกำไรสั้น เน้นขายหากมีกำไร พร้อมประเมินแนวรับ 1,442-1,440 จุด แนวต้าน 1,453-1,458 จุด
นายทรงกลด วงศ์ไชโย ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบ สาเหตุจากภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ทั้งการบริโภคในประเทศที่ตกต่ำ รวมถึงเงินบาทที่อ่อนค่า แตะ34.70บาท ซึ่งมีโอกาสอ่อนลงได้อีก แต่ก็ไม่ช่วยหนุนให้ภาคการส่งออกขยายตัวได้มากขึ้นในช่วงสั้น เนื่องจากปริมาณการส่งออกยังเท่าเดิม แม้ราคาจะดึงดูดคู่ค้าระหว่างประเทศก็ตาม
ส่วนราคาน้ำมันปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากปริมาณการผลิตในสหรัฐอเมริกาปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยปิดตลาด WTIวานนี้อยู่ที่49.19เหรียญ/บาร์เรล ลดลง1.67เหรียญ หรือ-3.40% แม้หุ้นกลุ่มพลังงานจะสามารถยืนในแดนแต่ภาพรวมยังผันผวนอยู่ แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนต่างชาติเริ่มมีสัญญานการขายที่น้อยลง เนื่องจากไม่มีปัจจัยลบใหม่ อีกทั้งแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยประมาณ 0.50-0.65%ของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในช่วงเดือน ก.ย.58 จะไม่ส่งผลกระทบต่อเงินทุนทั้งในและต่างชาติให้ไหลออกนอกประเทศ ทั้งนี้ช่วง1-2ปีที่ผ่านมา ต่างชาติขายสุทธิทั้งสิ้นราว 200,000 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้ คาดว่า ดัชนีผันผวน ในกรอบ 1,430-1,460จุด เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่รอความชัดเจนของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไทยไตรมาส2/2558 เพื่อช่วยในการตัดสินใจเข้าลงทุน ซึ่งทาง บล.กรุงศรี คาดว่า ผลประกอบการ บจ.ไตรมาส2/2558 จะต่ำกว่าไตรมาส1/2558เล็กน้อย เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศยังชะลอตัว กลยุทธ์การลงทุน แนะทยอยสะสมหุ้นระยะยาวโดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยมองว่าราคาน้ำมันใกล้ปรับลดลงถึงจุดต่ำสุดแล้วจึงมีโอกาสปรับขึ้นได้ หุ้นเด่น PTTGC ราคาเป้าหมาย 78บาท หรือลงทุนระยะสั้น เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มที่โดนผลกระทบกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว หุ้นเด่น EA ราคาเป้าหมาย 23บาท และGUNKUL ราคาเป้าหมาย 27.50 บาท







