
ตลาดสินค้ามุสลิมถึงคราวโต ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
ปัจจุบันร้านค้าหลายร้านในแคนาดาเริ่มหันมาขายสินค้าที่ทันสมัยตอบโจทย์การใช้ชีวิตของชาวมุสลิมรุ่นใหม่กันมากขึ้น
โดย...อภิวัฒน์ เตชะวัฒนกิจกุล
ปัจจุบันร้านค้าหลายร้านในแคนาดาเริ่มหันมาขายสินค้าที่ทันสมัยตอบโจทย์การใช้ชีวิตของชาวมุสลิมรุ่นใหม่กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอย่างการ์ดอวยพรวันอีดิ้ลฟิตรีซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองการสิ้นสุดลงของเทศกาลถือศีลอดในเดือนรอมฎอน หลังร้านค้าเหล่านี้เล็งเห็นโอกาสการขยายตัวของตลาดสินค้าเฉพาะกลุ่มดังกล่าว
“ซาแลม” ร้านค้าแนวบูติกขนาดเล็กซึ่งตั้งอยู่ที่ย่านการค้าขนาดใหญ่ในแถบชานเมืองมิสซิสซอกา เป็นหนึ่งในร้านที่เข้ามาแบ่งหน้าเค้กในตลาดสินค้าเฉพาะกลุ่ม โดย ซัดดัฟ ไวน์ ผู้ประกอบการของร้านซึ่งผันตัวมาจากวิศวกร ได้เปิดร้านนี้ขึ้นมาโดยหวังว่าจะสนับสนุน “ความงามที่อยู่ภายในชาวมุสลิม” อีกทั้งยังมีเป้าหมายว่าจะขายสินค้าที่ทันสมัยให้กับชาวมุสลิมรุ่นใหม่ เพื่อเฉลิมฉลองให้กับความเชื่อของชาวมุสลิม
“เมื่อเติบโตขึ้นฉันมักรู้สึกว่าจะหาสินค้าที่แปลกใหม่และทันสมัยสำหรับชาวมุสลิมไม่ได้ เช่น ในวันเทศกาลอย่างวันคริสต์มาสและวันอีสเตอร์มักจะมีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับวันเหล่านี้ออกมาขาย ขณะที่ในวันเฉลิมฉลองการสิ้นสุดการถือศีลอดกลับไม่สามารถหาการ์ดอวยพรในวันดังกล่าวนี้ได้ ไม่แม้กระทั่งสินค้าอย่างพวงกุญแจที่สลักชื่อของฉันเอาไว้” ไวน์ กล่าว
ไวน์ เล่าว่า ได้ติดตามกระแสของตกแต่งบ้านและสินค้าทุกชิ้นของทางร้านจะผ่านการคิดมาอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่การใส่คำว่า “อัลเลาะห์” ลงไปในสินค้า เพื่อที่สินค้าของทางร้านจะเป็นสินค้าที่มีความพิเศษในสายตาของลูกค้าและทำให้ลูกค้าอยากที่จะนำสินค้าของเราไปตกแต่งภายในบ้าน หรือมอบให้กับผู้อื่น
สำหรับกลยุทธ์การตลาดของทางร้านไม่ได้มีเพียงแค่สินค้าที่มีความแปลกใหม่และทำเลของทางร้านที่ตั้งอยู่ในย่านการค้าขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีช่องทางการขายเพิ่มเติมผ่านการเปิดร้านค้าออนไลน์ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนี้สินค้าของทางร้านได้รับการจับจองสั่งซื้อจากทางดูไบและมาเลเซียอยู่
การใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างอินสตาแกรมในการประชาสัมพันธ์ร้านให้เป็นที่รู้จักก็สำคัญไม่แพ้กัน ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าวทำให้ร้านซาแลมเป็นมากกว่าร้านค้าธรรมดาทั่วไป แต่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในสายตาของนักท่องเที่ยวอีกด้วย
“เรามีนักท่องเที่ยวจากอังกฤษและอเมริกาใต้เดินเข้ามาในร้านและบอกกับเราว่า ร้านซาแลมอยู่ในสถานที่ที่ได้รับการแนะนำให้ไปเยือนในแคนาดา” ไวน์ กล่าว
นอกจากนี้ ทางร้านยังเป็นศูนย์รวมของชุมชนซึ่งก่อนหน้านี้ไวน์เคยจัดกิจกรรมให้คนมาพบปะกันที่ร้านอย่างคืนวาดรูป งานพบปะกันระหว่างคอหนังสือ หรือแม้กระทั่งวันนวดสปา โดยไวน์ ระบุว่า ร้านขายสินค้าสำหรับชาวมุสลิมมักจะกลายเป็นศูนย์รวมของทางชุมชน
ขณะเดียวกันไวน์เห็นว่าจังหวะเวลาก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน ก่อนที่สินค้าบางชิ้นจะออกวางขายสู่ตลาดกระแสหลัก
“หากสินค้าเหล่านี้ได้ออกวางขายที่ห้างจะเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก และให้พูดตามตรง ฉันสงสัยว่าทำไมสินค้าเหล่านี้ถึงไม่มีโอกาสที่จะออกวางขายตามห้าง” ไวน์ กล่าว
เช่นเดียวกับร้านคามิลาห์ บูติกในเมืองมาร์คัมซึ่งเป็นร้านเก่าแก่ในย่านจีทีเอ (เกรท โตรอนโต แอเรีย) ที่ดำเนินกิจการร้านในรูปแบบสหกรณ์ โดยอนุญาตให้เจ้าของธุรกิจขายสินค้าทำมือไม่ว่าจะเป็นแก้วกาแฟไปจนถึงสบู่ออร์แกนิก แสดงให้เห็นว่าธุรกิจประเภทนี้ยังสามารถอยู่รอดได้
ซาเมียร์ อาซิส และนาฟิซา ภรรยา ได้เปิดร้านโมดาห์ ห้างสรรพสินค้าสัญชาติอิสลามในเมืองมิสซิสซอกา เพียงเวลาไม่ถึง 1 ปี อาซิสระบุว่า ทางห้างทำยอดขายได้ถึง 3 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 10.2 ล้านบาท) และมียอดการทำธุรกรรมทะลุ 3 หมื่นครั้ง ในช่วงสัปดาห์ก่อนที่วันอีดจะมาถึง
“ทางชุมชนต้องการที่จะซื้อสินค้าของทางห้างอย่างล้นหลาม โดยความต้องการซื้อสินค้าดังกล่าวมาจากการกระตุ้นผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียและการบอกผ่านปากต่อปาก” อาซิส กล่าว







