
10ประเทศพัฒนาเคลมสินไหมรถข้ามแดน
หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในธุรกิจประกันภัย 10 ประเทศ เร่งพัฒนาระบบเคลมสินไหมรถข้ามแดน
โดย...วารุณี อินวันนา
หนึ่งในความหวังของชาวอาเซียน ที่เมื่อเดินทางเข้าไปใน ไทย พม่า ลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์กัมพูชา และบรูไน หลังเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี คือความปลอดภัยในสุขภาพและชีวิต ทำให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในธุรกิจประกันภัย 10 ประเทศ เร่งพัฒนาระบบเคลมสินไหมรถข้ามแดน
นพดล สันติภากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ในฐานะรองประธานสภาสำนักงานประกันภัยรถผ่านแดนแห่งชาติ (Council Of Bureaux) หรือ ซีโอบี กล่าวว่า ได้ร่วมมือกับธุรกิจประกันภัย และนายทะเบียนประกันภัยอาเซียน (ASEAN Insurance Council) หรือ เอไอซี 10 ประเทศ ทำการปรับปรุงการดำเนินการที่เกี่ยวกับการประกันภัยรถผ่านแดนในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
"ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ ไม่ได้พูดถึงการขายประกันอย่างเดียว แต่แลกเปลี่ยนความร่วมมือในการดูแลประชาชนอาเซียนเกือบ 600 ล้านคน ที่เดินทางไปมาหาสู่กัน เพื่อต้องอำนวยความสะดวก และบริการในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วยเชิงสุขภาพ ถึงขั้นที่ว่าไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ทันที ต้องใช้เวลาในการนำระบบประกันภัยไปเชื่อมต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 10 ประเทศ "นพดล กล่าว
นพดล กล่าวว่า การจะไปให้ถึงเป้าหมายร่วมกัน ทั้ง 10 ประเทศ ได้ร่วมกันพัฒนามาตั้งแต่ปี 2541 เริ่มจากการอำนวยความสะดวกผู้นำเข้า-ส่งออก ขนส่งสินค้าผ่านแดนโดยรถบรรทุก และ พิธีการศุลกากร ที่ขนจากประเทศที่หนึ่ง ผ่านประเทศที่สองมีปลายทางอยู่ประเทศที่สาม ภายใต้ชื่อโครงการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับของอาเซียน
ต่อมา ประเทศสมาชิก ตกลงกันจัดตั้ง สำนักงานประกันภัยรถผ่านแดนแห่งชาติ หรือ National Bureau of Insurance เพื่อเป็นหน่วยงานกลางในการให้ข้อมูล และเชื่อมข้อมูลประกันภัยรถภาคบังคับระหว่าง 10 ประเทศ
อย่างไรก็ตาม มีเพียง 4 ประเทศที่มีการลงนามกันแล้ว คือ ไทย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา แต่ละประเทศจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลแบบออนไลน์เรียลไทม์ผ่านระบบ แอคมี่ (ACMI) ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนาโดยบริษัทกลางฯ โดยให้ประชาชนแจ้งขอทำประกันภัยรถข้ามแดนก่อนการเดินทางไปยัง 4 ประเทศ จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายประกันภัยภาคบังคับของแต่ละประเทศ หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจะได้รับการดูแลด้านสินไหมทดแทนทันที
ส่วนประเทศอื่นๆ ที่ยังเริ่มไม่ได้ เพราะบางประเทศยังไม่มีประกันภาคบังคับ บางประเทศคุ้มครองไม่จำกัด บางประเทศคุ้มครองต่ำมาก
"มีไทย กับ ลาว ที่บริการพัฒนามาก ต่อไปจะเชื่อมกับ เวียดนาม เพราะลาว ซึ่งเป็นประเทศทางผ่านจากไทยไปเวียดนาม ได้ลงนามกับเวียดนามแล้ว "นพดล กล่าว
ทั้งนี้ ในการประชุมเชิงปฏิบัติเมื่อกลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มีความคืบหน้ามาก โดยมีการนำข้อมูลการประกันภัยภาคบังคับของแต่ประเทศ มานำเสนอเพื่อเปรียบเทียบกัน เพื่อปรับปรุงความคุ้มครองแก่เจ้าของรถและผู้ขับขี่ ให้เพียงพอกับความเสี่ยง
นอกจากนี้ ยังเห็นร่วมกันว่าจะพัฒนาระบบแอคมี่ ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลผู้เอาประกันภัย ให้ชาวอาเซียน สามารถซื้อประกันภัยภาคบังคับกับสำนักงานประกันภัยรถผ่านแดนแห่งชาติในประเทศนั้นๆ และการจ่ายค่าสินไหมทดแทน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแต่ละประเทศมีความแตกต่างทางกายภาพ และ พื้นฐานของประกันภัย จึงได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามความพร้อม
กลุ่มแรก คือ พม่า ลาว กัมพูชา ไทย เวียดนาม ไทย
กลุ่มสอง ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย
กลุ่มสาม บรูไน สิงคโปร มาเลเซีย อินโดนีเซีย
กลุ่มที่สี่ คือ ฟิลิปปินส์ เพราะเป็นประเทศที่ไม่มีพื้นดินติดต่อประเทศใดเลย แต่มีประชาชนเดินทางไปยังประเทศสมาชิกอื่นๆ เช่นกัน
ทั้ง 3 กลุ่มแรก จะตั้งคณะทำงานย่อยขึ้นมาเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลผู้เอาประกันภัย และหาวิธีเชื่อมโยงข้อมูลกัน ซึ่งในเบื้องต้น ไทยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดทำเว็บไซต์กลาง และให้แต่ละประเทศ ไปจัดทำเว็บไซต์ สำนักงานประกันภัยรถผ่านแดนแห่งชาติ เพื่อนำมาเชื่อกับเว็บกลาง
"เว็บไซต์กลาง นอกจากจะเชื่อมข้อมูลผู้เอาประกันภัยกับประเทศสมาชิกแล้ว จะให้ความรู้ ให้คำปรึกษาแก่ชาวอาเซียนที่เดินทางข้ามระหว่างประเทศ ในอนาคต อยากให้พัฒนาไปถึงการอำนวยความสะดวกในการบริการสินไหมประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ และประกันภัยอุบัติเหตุ สุขภาพ แก่ประชาชนชาวอาเซียน 600 ล้านคนด้วย"นพดล กล่าว







