
เลือกตั้ง
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
วันก่อนมีโอกาสอ่านงานเขียนของคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์สำนักอื่นท่านหนึ่ง ท่านเขียนถึงเรื่องประเทศเพื่อนบ้านของเรา และมีการแชร์อย่างแพร่หลายบนโลกออนไลน์ แต่ท่านน่าจะเข้าใจข้อเท็จจริงบางประการผิดพลาด ทำให้เขียนสื่อความผิดไป เพื่อไม่ให้มีใครเข้าใจผิดอีก ผมจึงอยากอธิบายเรื่องเมียนมาในขณะนี้ครับ
เป็นที่ทราบกันดีครับว่า ปีนี้เมียนมาประเทศเพื่อนบ้านของเรากำลังจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหญ่ ล่าสุดมีการกำหนดวันเลือกตั้งออกมาชัดเจนแล้วว่าเป็นวันที่ 8 พ.ย.นี้
ก่อนหน้าจะกำหนดวันออกมา มีประเด็นร้อนฉ่าประเด็นหนึ่งที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนาน นั่นคือสิทธิการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของ อองซานซูจี ผู้นำฝ่ายค้านของเมียนมา
งานเขียนชิ้นดังกล่าวระบุว่า เพื่อนบ้านของเราพยายามจะแก้ไขกฎหมาย “เพื่อไม่ให้” อีกฝ่ายสามารถลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ “ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยกล”
แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในเมียนมาเป็นตรงกันข้ามครับ สิ่งที่มีการพูดคุยกันก่อนหน้านั้นคือ จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2551 “เพื่อให้” ซูจีลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้
ในรัฐธรรมนูญ 2551 ของเมียนมา มีมาตราหนึ่งห้ามบุคคลที่มีสามีหรือบุตรเป็นชาวต่างชาติดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งหลายฝ่ายประเมินว่าเดิมทีมาตรานี้มีขึ้นเพื่อป้องกัน อองซานซูจี เป็นประธานาธิบดี เนื่องจาก อองซานซูจี มีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ
แต่ทั้งนักธุรกิจ นักวิชาการจำนวนมาก ต่างคาดการณ์ว่ารัฐบาลเมียนมาจะแก้ไขมาตราดังกล่าว เพราะหากเปิดทางให้ อองซานซูจี ชิงตำแหน่งได้ ไม่ว่า อองซานซูจี จะได้เป็นประธานาธิบดีในการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ แต่ภาพลักษณ์เมียนมาก็จะดีขึ้น ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้มากขึ้น ดีต่อทั้งเศรษฐกิจและสังคมของเมียนมาเอง
อย่างไรก็ตาม ผลของเรื่องนี้ไม่ออกมาอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ครับ หลังจากการประชุมถกเถียงกัน 3 วัน เมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา รัฐสภาของเมียนมาโหวตไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นที่เรียบร้อย
นั่นหมายความว่า ยังไงเลือกตั้งรอบนี้ ซูจีไม่ได้เป็นประธานาธิบดีแน่นอนแล้ว
จริงๆ เรื่องนี้ไม่ถึงกับเหนือความคาดหมาย แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าเมียนมายังเอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะเรื่องที่มีกระแสว่ารัฐบาลเองก็อยากแก้ เพื่อให้ภาพลักษณ์ตัวเองดีขึ้นด้วย สุดท้ายก็ไม่แก้
นี่ถ้ารวมกับเรื่องกฎหมายการลงทุน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ยังไม่เคาะ และไม่รู้ว่าจะเคาะตามที่ร่างหรือไม่แล้ว ใครอยากลงทุนในเมียนมา น่าจะรอดูหลังเลือกตั้งครับ







