
ไฟแนนซ์ทูเดย์
โดย...ช.ชดา
โดย...ช.ชดา
..กระแสการปรับ ครม.ยังแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริงๆ มีการจับตาดูว่าคนที่จะถูกปรับออก และคนที่จะเข้ามาใหม่ มาจากสายไหนใครผลักดันมา
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเอกชนต่อรัฐบาลนายกฯ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น ถ้าใครติดตามข่าวสารและจำแม่นหน่อย จะเห็นว่าไม่แตกต่างกับรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เจอจนได้รับฉายาว่ารัฐบาลขิงแก่ ตัว รมว.คลังยุคนั้นคือ ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ อดีตประธานทีดีอาร์ไอ ที่โดนถล่มยับตั้งฉายาว่า “หลงภพ” ส่วนรองนายกฯ และ รมว.อุตสาหกรรม โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ โดนข้อหาทำงานล่าช้า
อาจารย์โฆสิต ตอบคำถามของ ช.ชดา ทุกครั้งที่เจอกันว่า ทำได้แค่พยุงเศรษฐกิจ ไม่ได้กระตุ้นเพราะกระสุนมีจำกัดต้องเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น เพราะช่วงนั้นกำลังเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์พอดี
กระสุนที่รัฐบาลขิงแก่เก็บไว้ รัฐบาลเพื่อไทยก็มาใช้ต่อ ทำโครงการจำนำข้าวขาดทุนสนุกสนานไปประมาณ 5 แสนล้านบาท จนทำให้รัฐบาล คสช.ไม่มีเงินมาทำโครงการอะไร แค่จะช่วยชาวนาเจอผลกระทบภัยแล้งก็ยังต้องล้วงเงินตรงนี้ควักเงินตรงนั้นเพื่อรวมเงินให้ได้เอาออกมาใช้
.. ในช่วงเวลาที่เกิดปัญหา อาจจะมองไม่ออกว่าสิ่งที่รัฐบาลทำถูกหรือผิด แต่เมื่อเวลาผ่านไปมองย้อนหลังก็จะเห็นชัดและประเมินได้ว่าเป็นอย่างไร
.. บรรยง พงษ์พานิช กรรมการ คนร. หนึ่งในแกนนำผู้ผลักดันให้ตั้งบรรษัทบริหารรัฐวิสาหกิจ ปลอบใจรัฐบาลว่า อย่าเป็นห่วงเรื่องการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนมากนัก เบิกจ่ายงบน้อยแต่มีประสิทธิภาพ ดีกว่าเบิกจ่ายงบมากแต่ไร้ประสิทธิผล
เร่งเบิกจ่ายลงทุนตอนนี้ก็เท่ากับไปเพิ่มจีดีพีให้กับจีนเสียมากกว่า จริงไหม?







