
คุมกองทุนน้ำมัน สกัดการเมืองถลุง
สปช.คลอด พ.ร.บ. กองทุนน้ำมัน ตีกันฝ่ายการเมืองล้วงไปอุดหนุนราคา
สปช.คลอด พ.ร.บ. กองทุนน้ำมัน ตีกันฝ่ายการเมืองล้วงไปอุดหนุนราคา
นายมนูญ ศิริวรรณ ประธานคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรปิโตรเลียมและราคาพลังงาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สปช.อยู่ระหว่างการร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรองรับการบริหารกองทุนน้ำมัน จากเดิมที่ไม่มีกฎหมายรองรับโดยตรง แต่อาศัยคำสั่งนายกรัฐมนตรีภายใต้พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 มาใช้ในการบริหารจัดการ
นายมนูญ ชี้แจงว่า การจัดทำ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันจะทำให้การบริหารเงินกองทุนมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น โดยจะกำหนดให้มีคณะกรรมการบริหาร 1 ชุด ที่มาจากทุกภาคส่วน จากเดิมที่ใช้องค์ประชุมของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ที่มี รมว.พลังงานเป็นประธาน มากำกับการใช้เงิน ทำให้กรรมการส่วนใหญ่มาจากข้าราชการและข้าราชการการเมือง แต่คณะกรรมการชุดใหม่จะเพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิ และภาคประชาชน เพราะไม่ต้องการให้ฝ่ายการเมืองเข้ามามีอำนาจผูกขาดหรือแทรกแซงในการนำเงินไปใช้เป็นเครื่องมือหาเสียง จนทำให้กองทุนน้ำมันฯ ติดลบจำนวนมาก
นอกจากนี้ ยังกำหนดภาระหน้าที่ของกองทุนน้ำมันให้ใช้ได้เฉพาะการรักษาเสถียรภาพราคาเชื้อเพลิงในระยะสั้น ในช่วงที่เกิดภาวะราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวนเกินปกติ แต่ห้ามไม่ให้นำไปใช้อุดหนุนราคาพลังงานข้ามประเภท หรือใช้ตรึงราคาน้ำมันให้ต่ำลงจนเกินความจำเป็นเหมือนที่ผ่านมา ที่มีการใช้ตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท
ขณะเดียวกันยังจำกัดการบริหารเงินกองทุนน้ำมันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยกำหนดไม่ให้ใช้เงินกองทุนน้ำมันจนติดลบเกิน 1 หมื่นล้านบาท และกำหนดสถานะเงินกองทุนที่เหมาะสมไว้ไม่เกินระดับ 4 หมื่นล้านบาท เพื่อป้องกันไม่ให้ใช้มากเกินไป และไม่ให้มีการจัดเก็บรายได้ที่มากเกินไป และกำหนดไม่ให้นำเงินไปลงทุนโครงการใดๆ ทั้งสิ้นที่ไม่ใช่การดูแลราคาพลังงาน เช่น โครงการท่อส่ง
น้ำมันฯ เพราะผิดวัตถุประสงค์
ปัจจุบัน กองทุนน้ำมันมีฐานะสุทธิเป็นบวกอยู่ 42,676 ล้านบาท แยกเป็นบัญชีจากน้ำมัน 35,165 ล้านบาท บัญชีก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) 7,511 ล้านบาท ซึ่งการแยกบัญชีครั้งนี้เป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างราคาแอลพีจี ปล่อยให้ราคาสะท้อนต้นทุนจากเดิมที่เคยใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ ตรึงราคาหน้าโรงกลั่นไว้ที่ 333 เหรียญสหรัฐ/ตัน







