
10 เคล็ดลับขับปลอดภัยเมื่อน้ำท่วม
โดย...เชฟโรเลต
โดย...เชฟโรเลต
ถึงแม้หลายภาคของประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ภัยแล้ง แต่พายุฝนรุนแรงก็มักเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงมรสุม ทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง ความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสภาปฏิรูปแห่งชาติ ระบุว่า แผ่นดินในกรุงเทพฯ มีอัตราการทรุดตัวเฉลี่ย 10 มิลลิเมตร (มม.)/ปี ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงน้ำท่วมขังเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูฝน
เชฟโรเลตจึงได้แนะนำ 10 เคล็ดลับการขับขี่ผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง ดังนี้
1.ถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่บนถนนที่มีน้ำท่วมขังสูงเกินกว่าขอบทาง
2.ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรปิดแอร์และเปิดหน้าต่าง การขับขี่บนถนนที่มีน้ำท่วมขังขณะเปิดแอร์อาจทำให้เครื่องยนต์ดับได้ เนื่องจากพัดลมจะทำงานและทำให้น้ำเข้าสู่เครื่องยนต์
3.ควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขังสูงกว่ากึ่งกลางของล้อรถ สำหรับรถเอสยูวีและรถกระบะขนาดใหญ่ ซึ่งควรตรวจสอบว่ารถของคุณสามารถขับขี่ผ่านระดับน้ำได้สูงเท่าใด
4.ขอให้แน่ใจว่าคุณขับอยู่บนถนนและถนนไม่มีความเสียหายใดๆ หรือถนนขาด ขณะเดียวกันควรเพิ่มความระมัดระวังเมื่อขับขี่บนถนนที่ไม่คุ้นเคย เนื่องจากอาจมีหลุมที่ลึกเกินกว่าที่รถจะผ่านได้
5.ควรขับรถบนกึ่งกลางหรือใกล้กับกึ่งกลางของถนน เนื่องจากระดับน้ำจะต่ำที่สุด ใช้เกียร์ต่ำและรอบเครื่องยนต์สูง ใช้เกียร์หนึ่งหรือเกียร์ “L” ขึ้นอยู่กับประเภทของเกียร์ ควรรักษาความเร็วให้คงที่ และไม่ควรถอนคันเร่งและหลีกเลี่ยงการหยุดรถบนถนนที่มีน้ำท่วมขัง
6.ควรขับรถเข้าสู่บริเวณน้ำท่วมด้วยความเร็วไม่เกิน 3 กม./ชม. และเพิ่มความเร็วเป็น 6 กม./ชม. เมื่อต้องขับผ่านน้ำท่วม ซึ่งจะทำให้เกิดคลื่นน้ำด้านหน้าและลดระดับน้ำโดยรอบห้องเครื่องยนต์ลง ช่วยลดความเสี่ยงที่น้ำจะไหลเข้าสู่ที่กรองอากาศ และสร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าและชิ้นส่วนต่างๆ
7.ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าพอสมควร หรือขับรถผ่านบริเวณที่มีน้ำท่วมขังทีละคันเพื่อป้องกันการหยุดรถกลางทาง หากรถคันหน้าชะลอความเร็ว
8.เมื่อขับรถออกจากบริเวณที่มีน้ำท่วม ควรย้ำเบรกอย่างนุ่มนวลเป็นระยะ หากผู้ขับขี่มีทักษะสามารถใช้เท้าซ้ายเหยียบเบรกได้ เมื่อรู้สึกว่าเบรกจับตัวแล้วให้กลับมาขับตามปกติ
9.หลังจากขับผ่านน้ำท่วมขังมาแล้ว ควรล้างทำความสะอาดรถโดยเฉพาะใต้ท้องรถและล้อ ล้างเศษหญ้า ใบไม้ และสิ่งสกปรกออกให้หมด
10.ถ้าต้องขับรถผ่านน้ำท่วมขังบ่อยครั้ง ควรใช้รถกระบะหรือรถอเนกประสงค์เอสยูวีที่มีความสูงมากกว่ารถยนต์ทั่วไป







