posttoday
ใส่ทุนตั้งซูเปอร์โฮลดิ้ง1พันล.

ใส่ทุนตั้งซูเปอร์โฮลดิ้ง1พันล.

21 กรกฎาคม 2558

ซูเปอร์โฮลดิ้งได้ทุนประเดิม 1,000 ล้าน ตีกรอบงบบริหารไม่เกิน 0.05% ของสินทรัพย์

ซูเปอร์โฮลดิ้งได้ทุนประเดิม 1,000 ล้าน ตีกรอบงบบริหารไม่เกิน 0.05% ของสินทรัพย์

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เปิดเผยว่า บรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ หรือซูเปอร์โฮลดิ้ง จะมีสถานะเป็นนิติบุคคลภายใต้การกำกับของรัฐบาล แต่ไม่ใช่ส่วนราชการ โดยมีทุนประเดิม 1,000 ล้านบาท กระทรวงการคลังถือหุ้น 100% และจะกำหนดไว้ไม่ให้มีการนำหุ้นออกขายไม่ว่ากรณีใดๆ เพื่อลดความกังวลเกี่ยวกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ

นอกจากนี้ จะกำหนดให้บรรษัทฯ มีค่าบริหารจัดการไม่เกิน 0.05% ของสินทรัพย์ โดยประเมินสินทรัพย์รวมเบื้องต้นที่ 6 ล้านล้านบาทค่าใช้จ่ายจึงไม่เกิน 3,000 ล้านบาท/ปี และเพื่อความโปร่งใสจะต้องมีการจัดทำรายงานค่าใช้จ่ายแต่ละปีเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเปิดเผยต่อสาธารณชน

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะออกกฎกระทรวงเพื่อโอนหุ้นรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัท 12 แห่งให้กับบรรษัทฯ ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อสถานะการคลังของรัฐบาลแต่อย่างใด และเพื่อความคล่องตัวในการบริหารงาน บรรษัทฯ จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย 3 ฉบับ ประกอบด้วย กฎหมายว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ และกฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

นายรพี กล่าวว่า การจัดตั้งบรรษัทฯ จะไม่กระทบต่อรายได้และงบประมาณโดยรวมของรัฐบาล ยังคงมีการส่งกำไรสุทธิในแต่ละปีให้เป็นรายได้แผ่นดิน และจะมีการกันสำรองไว้ 2 กรณี คือ การกันสำรองทั่วไป ไม่เกิน 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยสำรองในจำนวนที่เท่ากันใน 5 ปี และการกันสำรองอื่นๆ ตามแนวทางที่ คนร.กำหนด

“บรรษัทฯ จะมีรายได้จากเงินปันผลจาก 12 รัฐวิสาหกิจ หลังหักค่าใช้จ่ายตามจริงของบรรษัทฯ จากนั้นจึงจะนำส่งให้กับกระทรวงการคลังต่อไป” นายรพี กล่าว

อย่างไรก็ตาม บรรษัทฯ จะไม่มีอำนาจในการลดสัดส่วนการถือหุ้นรัฐวิสาหกิจที่จะมีผลกระทบต่อสถานะการเป็นรัฐวิสาหกิจ ไม่มีอำนาจในการโอน ยุบเลิกรัฐวิสาหกิจ ขณะที่การก่อหนี้ต้องอยู่ภายใต้กรอบวินัยทางการคลังและกฎหมายบริหารหนี้สาธารณะ

นายบรรยง พงษ์พานิช กรรมการคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ยอมรับว่าการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจในระยะสั้นนี้ อาจมีผลต่อการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจให้ล่าช้าบ้าง

“อย่าเป็นห่วงเรื่องการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนมากนัก เบิกจ่ายงบน้อยแต่มีประสิทธิภาพ ดีกว่าเบิกจ่ายงบมากแต่ไร้ประสิทธิผล เร่งเบิกจ่ายลงทุนตอนนี้ก็เท่ากับไปเพิ่มจีดีพีให้กับจีนเสียมากกว่า” นายบรรยง กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ