posttoday
เตือน 5 ปัจจัยเสี่ยง ป่วนเศรษฐกิจโลก

เตือน 5 ปัจจัยเสี่ยง ป่วนเศรษฐกิจโลก

21 กรกฎาคม 2558

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

ฟิลิปป์ ฮิลเดอแบรนด์ (Philipp Hildebrand) อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ และรองประธานบริษัท แบล็คร็อก (กองทุน Black Rock เป็นกองทุนชั้นนำของโลก) กล่าวปาฐกถาในงาน  BOT Policy Forum ครั้งที่ 5 จัดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย โดยระบุถึงสิ่งที่ควรจับตาในแนวโน้มเศรษฐกิจโลก 5 ด้าน คือ

1.ในระยะสั้นภาวะเศรษฐกิจโลกมีการฟื้นตัวได้ในระดับที่ดี สหรัฐ หรือสหภาพยุโรป (อียู) ปรับตัวดีขึ้น แต่ในระยะยาวเศรษฐกิจโลกจะยังกลับไปเติบโตสูงจากความเสี่ยงหรือไม่ เพราะยังมีความไม่แน่นอนสูงจากการฟื้นตัวในช่วงที่ผ่านมา อาทิ การฟื้นตัวมาจากการอัดฉีดเงิน การก่อหนี้เพิ่มขึ้น หากมีการถอนการอัดฉีด เลิกผ่อนคลายนโยบายการเงินต่างๆ แล้ว เศรษฐกิจยังจะเติบโตในระดับที่ดีเหมือนในอดีตได้อยู่หรือไม่ บวกกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจล้วนมาจากการเพิ่มหนี้ทั้งสิ้น ดังนั้น ในอนาคตหากหนี้ดังกล่าวไม่ลดลงจะส่งผลต่อการเติบโตและทำให้พื้นฐานเศรษฐกิจมั่นคงหรือไม่

2.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในรอบนี้ที่เกิดจากบทบาทของธนาคารกลาง ถ้าจำเป็นต้องถอนเงินอัดฉีดหรือนโยบายที่ผ่อนคลายแล้วเศรษฐกิจในระยะต่อไปจะเป็นอย่างไร แม้ว่าแผนการแก้วิกฤตในช่วงที่ผ่านมาของประเทศต่างๆ จะถูกออกแบบมาจากธนาคารกลางแต่ละประเทศ แต่ความท้าทายคือหากประเทศหลักถอนบทบาทการแก้ไขวิกฤตออกมาแล้วจะเกิดความกลัวและตื่นตกใจ ก็อาจกลายเป็นความท้าทายของประเทศเหล่านี้ได้ เช่น หากจีนถอนแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเกิดอะไรขึ้นต่อตลาดโลก เป็นต้น

3.เศรษฐกิจโลกในระยะต่อไปยังมีความเสี่ยงสำคัญจากผลกระทบการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)การชะลอตัวอย่างรุนแรง (Hard Landing) ของเศรษฐกิจจีน การที่กรีซจะออกจากยูโรโซนและการคงอยู่ของกลุ่มยูโรโซนจะเป็นอย่างไร เป็นต้น บวกกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจขณะนี้ ทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนไป โครงสร้างธุรกิจธนาคารพาณิชย์เปลี่ยนไป เพราะปัจจุบันเริ่มเห็นธุรกรรมการซื้อคืนพันธบัตร (Repo) ลดลงมาก

4.เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาทำให้ธุรกิจสามารถลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้น ซึ่งส่งผลดีในระยะสั้น แต่ที่ต้องติดตามคือ ในระยะยาวเทคโนโลยีใหม่ๆ จะเพิ่มความผันผวนให้โลก หรือเพิ่มประสิทธิผลและลดต้นทุนหรือไม่ ซึ่งโลกมีความเห็น 2 ด้าน ส่วนใหญ่ยังมองว่าเทคโนโลยีจะช่วยลดต้นทุนและเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าในระยะยาวอาจทำให้การลงทุนลดลง เช่น เทคโนโลยีใหม่ทำให้ลงทุนสร้างโรงแรมลดลง การลงทุนโดยรวมลดลง กลายเป็นเทคโนโลยีจะสร้างความผันผวนได้ ขณะเดียวกันภายใต้ความเสี่ยงที่มี และผลตอบแทนที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้ธนาคารต้องกระจายการลงทุนมากขึ้น แต่ก็ไม่ควรมุ่งผลตอบแทนจนลืมระวังเรื่องผลประโยชนทับซ้อน (Conflict of interest) เช่น ธนาคารกลางสวิตจะไม่เข้าลงทุนในหลักทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์ เป็นต้น

และ 5.ตลาดเกิดใหม่จะปรับตัวดึงดูดการลงทุนอย่างไร เนื่องจากต่อไปนี้นักลงทุน ผู้จัดการกองทุนต่างๆ ในโลกจะไม่มองภาพรวมในแต่ละโซนประเทศอีกต่อไป แต่จะแยกมองเจาะเป็นประเทศๆ ไป จากเดิมเคยมองจีนและตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่รวมกัน แต่ต่อไปจะมองเจาะลึกไปแต่ละประเทศเลย โดยเฉพาะประเทศที่กำลังปฏิรูปเปลี่ยนโครงสร้างใหม่จะได้รับความสนใจมากกว่า

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ