
บสย.ค้ำกู้รายย่อย1.5หมื่นล้าน
เอสเอ็มอีแบงก์จับมือ บสย.ค้ำสินเชื่อรายย่อย 1.5 หมื่นล้าน
เอสเอ็มอีแบงก์จับมือ บสย.ค้ำสินเชื่อรายย่อย 1.5 หมื่นล้าน
นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า เอสเอ็มอีแบงก์และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาห กรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินของผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัววงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท
ล่าสุด ณ วันที่ 15 ก.ค. 2558 มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ามายื่นขอสินเชื่อแล้ว 1,217 ราย รวมวงเงิน 6,185 ล้านบาท แบ่งเป็นผู้กู้เอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว 867 ราย วงเงิน 3,897 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่ต้องการค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยเงินกู้ต่อผู้ประกอบการรายละ 4.5 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถพิจารณาเงินกู้ดังกล่าว เพื่อทยอยปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีช่วงกลางเดือน ส.ค.นี้ โดยเป้าหมายปล่อยสินเชื่อโครงการนี้อยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท
สำหรับเงื่อนไขการค้ำประกันของ บสย. จะมีเพดานค้ำประกันสูงสุด 18% ของยอดเงินให้สินเชื่อ แบ่งเป็นกรณีปล่อยกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาทแบบไม่มีหลักประกัน ทาง บสย.ค้ำประกันทั้งจำนวนกรณีที่มีวงเงินกู้มากกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท หากผ่านการคัดกรองจากหน่วยงานพันธมิตรที่ลงนามร่วมกับเอสเอ็มอีแบงก์ ทาง บสย.จะค้ำประกันให้ทั้งหมด แต่ถ้ากรณีไม่ผ่านการคัดกรองให้ใช้ส่วนผสมโดยใช้หลักประกันตามเกณฑ์ปกติของธนาคาร 40% และ บสย.ค้ำประกัน 60% ของยอดสินเชื่อ
อย่างไรก็ตาม กรณีวงเงินมากกว่า 5 ล้านบาท ให้ใช้หลักประกันตามเกณฑ์ของธนาคาร โดยโครงการดังกล่าวสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย 4% สำหรับวงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาทแรก และปีที่ 4-5 วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ต่อปี และวงเงินเกิน 5 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยตามเกณฑ์ธนาคาร โดยมีระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี และปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุดไม่เกิน 6 เดือน จะยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ผู้กู้ปีแรก ส่วนปีที่ 2-3 เก็บค่าธรรมเนียม 1% ของวงเงินค้ำประกัน โดยคลังจะชดเชยส่วนที่ขาดให้ บสย. และในปีที่ 4-5 จะต้องให้เอสเอ็มอีจ่ายค่าธรรมเนียมให้บสย.ปกติ คือ 1.75%
นายวัลลภ เตชะไพบูลย์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. กล่าวว่า ขณะนี้กำลังปรับเงื่อนไขโครงการ PGS ระยะที่ 5 ในวงเงินส่วนที่เหลือจากกรอบวงเงินค้ำประกันไม่เกิน 8 หมื่นล้านบาท







