posttoday
ดัชนีเศรษฐกิจที่สำคัญ

ดัชนีเศรษฐกิจที่สำคัญ

21 กรกฎาคม 2558

โดย...ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

โดย...ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

ช่วงนี้หันไปทางไหน มักจะได้ยินความเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจว่ายังไม่ดีนัก จนประโยคบอกเล่านี้กำลังจะกลายเป็นประโยคสะกดจิตให้ประชาชนวิตกกังวลและขาดความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจโดยทั่วไป

ความจริงสิ่งที่น่ากังวลมากกว่าความชะลอตัวทางเศรษฐกิจคือ ความหวาดกลัวจนเกินกว่าเหตุที่อาจพาให้เศรษฐกิจไทยพลอยดิ่งลงเหว ด้วยปัจจุบันทั่วโลกต่างประสบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวด้วยกันทั้งนั้น เพราะภาพรวมเศรษฐกิจของทั่วโลกเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ทั้งเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา เศรษฐกิจยูโรโซน และเศรษฐกิจเอเชีย ยกตัวอย่างกรณีกรีซซึ่งเกิดวิกฤตทางการเงินครั้งรุนแรง จนกระทบต่อกลุ่มยูโรโซน และในท้ายที่สุดผลการประชามติของประชาชนชาวกรีซถึง 60% ได้โหวต “No” ที่จะไม่รับเงื่อนไขขอเงินช่วยเหลือจากกลุ่มเจ้าหนี้ ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซีอี) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ จนกลุ่มเจ้าหนี้ต้องตัดสินใจที่จะให้โอกาสสุดท้ายแก่กรีซ โดยผ่อนปรนเงื่อนไขทางการเงินการคลังหรือจะยอมปล่อยกรีซหลุดจากกลุ่มยูโรโซน ซึ่งอาจสร้างความปั่นป่วนครั้งใหญ่ต่อตลาดการเงินโลก 

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการเลือกแนวทางใดก็แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ของระบบการเงินการคลังในโลก ขณะเดียวกันสิ่งหนึ่งที่ตอกย้ำให้เห็นอย่างชัดเจนในกรณีนี้อีกอย่างหนึ่งคือ ความเชื่อมั่นของประชาชนในประเทศกรีซ แม้ว่าจะประสบปัญหาทางการเงินการคลังครั้งใหญ่ก็ตาม  

วันนี้ผมจึงอยากเห็นความเชื่อมั่นของชาวไทยต่อระบบเศรษฐกิจของเราเช่นเดียวกับที่ชาวกรีซมีต่อประเทศของเขาครับ เราต้องเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจของเราก่อนครับ ซึ่งในเชิงเศรษฐศาสตร์ คำว่าเศรษฐกิจตกต่ำ หรือเติบโต มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอยู่มากมาย และ ณ ตอนนี้ประเทศของเรายังไม่ได้เดินเข้าสู่โหมดความถดถอยทางเศรษฐกิจครับ แต่หากเรายังช่วยกันกระพือข่าวตัวเลขทางเศรษฐกิจเฉพาะบางตัว นั่นอาจเป็นปัจจัยที่นำเราไปสู่ความถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริงได้

สำหรับคอลัมน์ฉบับนี้ ผมขอนำเสนอภาพเปรียบเทียบดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งประเทศผู้นำใหญ่ๆ ใช้ในการวัดอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจของธนาคารออมสินได้รวบรวมไว้ ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจว่าดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจมีลักษณะที่สะท้อนภาพทางเศรษฐกิจและนโยบายของประเทศนั้นๆ ข้อที่น่าสังเกต คือ มีดัชนีบางตัวที่ประเทศชั้นนำต่างๆ ใช้ แต่ประเทศไทยยังไม่ได้นำมาใช้ในการวิเคราะห์ นั่นก็คือ ดัชนีการจัดซื้อจัดจ้าง หรือที่รู้จักกันในชื่อดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Purchasing Manager Indicator หรือ PMI)  ซึ่งเป็นตัวเลขที่มาจากการสำรวจปริมาณการจัดซื้อในบริษัทต่างๆ ของภาคอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงดัชนีเศรษฐกิจที่สำคัญ ทุกประเทศจะมีตัวเลขของ GDP หรืออัตราความเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเป็นตัวบ่งชี้ด้วยเสมอ  

สำหรับประเทศไทย หากเรามีการสำรวจดัชนีชี้วัด PMI เหมือนประเทศชั้นนำ ก็อาจจะเป็นประโยชน์ต่อการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจได้แม่นยำขึ้น โดย PMI นั้นจะใช้วิธีการสำรวจผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในบริษัทเพื่อวัดการผลิต หากดัชนีมากกว่า 50% แปลว่าเศรษฐกิจดี หากดัชนีระหว่าง 43-50% เป็นช่วงเฝ้าระวัง หากต่ำกว่า 43% ก็จะแปลว่าเศรษฐกิจตกต่ำ ข้อดีของ PMI คือสามารถอ่านแนวโน้มในอนาคตได้ (Leading Indicator) ตัวอย่างเช่น ถ้าผู้จัดการสั่งซื้อของมากๆ แปลว่าบริษัทมั่นใจว่าจะผลิตสินค้าในปริมาณมากขึ้นและขายออก จึงส่งผลให้ 2-3 เดือน หลังจากนั้นตัวเลขต่างๆ ทางเศรษฐกิจจะออกมาดีด้วย ดังนั้น PMI จึงน่าจะเป็นดัชนีที่สะท้อนเศรษฐกิจและส่งเสริมความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้ด้วยในขณะเดียวกัน และคงจะดีไม่น้อยถ้าเราจะมีการสำรวจดัชนีนี้ในประเทศไทยบ้างครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ