
แห่เลิกประกันก่อนกำหนด6พันล.
ผลพวงจากเศรษฐกิจผันผวนคปภ.เตือนได้เงินไม่คุ้มค่าเบี้ย
โพสต์ทูเดย์
— คปภ.เผย 4 เดือนแรกปี 2553 ประชาชนยกเลิกกรมธรรม์ก่อนครบกำหนดกว่า 6,000 ล้านบาท ผลจากสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมผันผวนทั้งนี้ ส่วนวิจัยและสถิติ ฝ่ายวางแผนและพัฒนาระบบการตรวจสอบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ได้มีประชาชนที่ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตมาทำการเวนคืนกรมธรรม์ หรือขอยกเลิกกรมธรรม์ก่อนครบกำหนดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 6,519 ล้านบาท ซึ่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2552 ซึ่งมีการเวนคืนเป็นจำนวนเงิน 6,671 ล้านบาท หรือลดลง 2.28%
ดังนั้น หากแยกเป็นลูกค้าของบริษัทประกันชีวิตในประเทศ ได้มีการยกเลิกกรมธรรม์เป็นเงิน 4,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2552 ที่มีการเวนคืนเป็นเงิน 3,490 ล้านบาท ขณะที่ลูกค้าสาขาของบริษัทต่างประเทศ ซึ่งมี 1 สาขาคือ อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนล แอสชัวรันส์ (เอไอเอ) สาขาประเทศไทย 4 เดือนแรกของปี 2553 มีการเวนคืนจำนวน 2,478 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2552 ที่มีการเวนคืนเป็นจำนวนเงิน 3,181 ล้านบาท
นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า จากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยังคงมีความผันผวนในปัจจุบัน ผู้เอาประกันภัยไม่ควรตื่นตระหนกไปขอเวนคืนหรือยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิตก่อนครบกำหนดสัญญา เนื่องจากการขอเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต จะได้เงินกลับคืนมาน้อยกว่าเบี้ยประกันภัยที่ได้จ่ายไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากในช่วงปีแรกๆ ของการทำประกันชีวิตนั้น บริษัทจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าปีต่อๆ ไป
อย่างไรก็ตาม หากผู้เอาประกันภัยประสบปัญหาทางการเงิน การเวนคืนก็จะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินได้ แต่ทั้งนี้จำนวนเงินที่ได้รับจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาการชำระเบี้ยประกันภัย
“
ก่อนตัดสินใจซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต ประชาชนควรพิจารณาเงื่อนไขอย่างรอบคอบว่า แบบประกันนั้นตรงกับความต้องการของตนเอง และสามารถชำระเบี้ยประกันภัยอย่างต่อเนื่องจนครบกำหนดสัญญาหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เอาประกันภัยเอง” นางจันทรา กล่าว






