posttoday
‘รับเบอร์ลี่’ เนรมิตยาง สู่สินค้าไลฟ์สไตล์

‘รับเบอร์ลี่’ เนรมิตยาง สู่สินค้าไลฟ์สไตล์

20 กรกฎาคม 2558

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

นวัตกรรมจากการนำแผ่นยางพารามาเนรมิตให้เป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีไอเดีย ดีไซน์ใหม่ กับแบรนด์ “รับเบอร์ลี่” ครั้งแรกในไทย ใหม่เอี่ยมในโลก ช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่ยางพาราถึง 7-8 เท่า และตรงกับเทรนด์ของสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม (อีโค โปรดักส์) ที่กำลังมาแรงในตลาดโลก ซึ่งมีข้อมูลจาก นีลเส็น โกลบอล เซอร์เวย์ (Nielsen Global Survey) คาดว่า ภายในปี 2583 ลูกค้าในโลกกว่า 55% จะต้องการซื้อสินค้ากรีน โปรดักส์

“ภิญโญ คงสุภาพศิริ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซนส์ ดีไซน์ ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าของใช้และกระเป๋าแบรนด์จากยางพารา “รับเบอร์ลี่” (Rubberly) แบรนด์เดียวในไทยและในโลก เปิดเผยว่า แบรนด์รับเบอร์ลี่เข้ามาทำตลาดประมาณ 2 ปีแล้ว ที่ได้พัฒนายางพาราให้เป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีนวัตกรรม คือ ปรับโฉมยางพาราให้มีน้ำหนักเบา มีฟองอากาศด้านใน และเหนียว ทำให้ใช้งานทนทาน

นวัตกรรมการคิดค้นยางพารามาจากธุรกิจครอบครัวได้ทำสินค้าของเล่นจากยางพาราเพื่อส่งออกนานกว่า 30 ปี ที่มีการพัฒนาสินค้ามาทุกปี จนกระทั่งตนเองสนใจอยากสร้างสินค้าใหม่จากยางพาราให้เป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ ซึ่งสินค้าหลักมีอยู่ 7 กลุ่ม ทั้งของใช้ผู้หญิง กระเป๋า เครื่องเขียน กระเป๋าเดินทาง กีฬา และไอที เป็นต้น

“การทำตลาดในช่วงแรกถือว่ายากมาก ถูกปฏิเสธจากลูกค้า เพราะคนยังไม่รู้จัก ดังนั้นในช่วงปีแรกจึงเป็นปีที่ยากสุดในการทำธุรกิจ แต่เราก็พัฒนาการออกแบบ ให้ลูกค้าทดลองขายสินค้าเราก่อน ต่อมาลูกค้าเริ่มรู้จักมากขึ้น ทำให้มีร้านค้าต่างๆ ติดต่อเพิ่มขึ้น และลูกค้าต่างชาติเมื่อเห็นว่าสินค้ามาจากยางพาราก็ชอบมาก เพราะเป็น
อีโค โปรดักส์” ภิญโญ กล่าว

การออกแบบแบรนด์จะมุ่งดีไซน์ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ผ่านการรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าเพื่อนำมาปรับการออกแบบ ทำให้สินค้าตรงกับใจของลูกค้ามากที่สุด และการดีไซน์คือหัวใจแบรนด์ สิ่งสำคัญต่อมาคือ การสร้างสินค้าแต่ละแบบให้มีสีสันสดใส ทำให้ลูกค้าสะดุดตาทันทีที่ได้เห็น ซึ่งจะมีสินค้าใหม่เปิดตัวทุกเดือน

กลยุทธ์ของแบรนด์อีกด้านคือ วางราคาระดับปานกลาง ทำให้ลูกค้าทุกกลุ่มซื้อสินค้าได้สะดวก มีความคุ้มค่า และทนทาน โดยราคาสินค้าเริ่มตั้งแต่ระดับหลัก 40 บาท ในสินค้าพวงกุญแจ และราคาสูงสุดที่ 1,900 บาท ในสินค้ากระเป๋าโยคะ ล่าสุดได้ร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. พัฒนาสินค้าใหม่จากยางพารา คือ วอลเปเปอร์ 3 มิติ ส่งผลดีให้สินค้ามีความยืดหยุ่นทั้ง
แข็งแรงและเบา คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปี

ผลการเปิดแบรนด์มา 2 ปี มียอดขายในประเทศสัดส่วน 80% และต่างประเทศ 20% โดยในประเทศมีผ่านร้านรับเบอร์ลี่ ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ซึ่งเป็นสาขาต้นแบบ (แฟล็กชิปสโตร์) มีจำหน่ายใน
ร้านบีเทรนด์ และร้านบีทูเอส รวมถึงผ่านเว็บไซต์ของบริษัท www.rubberly.com และเว็บอีคอมเมิร์ซต่างๆ ส่วนต่างประเทศได้ส่งออกไปในประเทศออสเตรเลีย ไต้หวัน และมาเลเซีย

“ภิญโญ” กล่าวต่อว่า กำลังขยายแบรนด์สู่ต่างประเทศ โดยได้ร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายในไต้หวันเตรียมเปิดช็อปในเมืองไถจงภายในปีนี้ ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญ และอยู่ห่างจากเมืองหลวงไทเปประมาณ 60 กิโลเมตร เพราะลูกค้าไต้หวันชื่นชอบสินค้าที่เป็นอีโค ดีไซน์ และจะนำสินค้าไปขยายตลาดในประเทศจีนระยะต่อไป

“คนทั่วโลกรู้จักยางพาราไทย แต่คนไทยรู้จักยางพาราไม่มากนัก ยางพาราไทยได้รับการยอมรับทั้งเรื่องน้ำยางที่เนื้อเต็ม และเนื้อแน่น ซึ่งประเทศไทยส่งออกยางพาราเป็นอันดับหนึ่งในโลก ด้วยส่วนแบ่งตลาดยางพารา 34% แต่ประเทศไทยมีการแปรรูปยางพาราในสัดส่วนเพียง 3% เท่านั้น และที่ผ่านมายางพาราไทยก็ประสบปัญหาเรื่องราคา บริษัทก็อยากสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ยางพาราไทย” ภิญโญ กล่าว

แผนงานระยะยาว “รับเบอร์ลี่” ต้องการเปิดช็อปให้ครอบคลุมทุกภาคของประเทศ และขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ด้วย คาดว่าจะเปิดให้ครบทุกภาคของประเทศภายใน 10 ปีข้างหน้า รวมถึงสนใจเปิดสาขาในเอเชีย จากจุดเด่นของแบรนด์ที่ครีเอทีฟจากยางพารา ซึ่งมั่นใจว่ายอดขายรวมในสิ้นปีนี้จะขยายตัว 200% จากปีก่อน

“ภิญโญ” กล่าวทิ้งท้ายว่า เอสเอ็มอีที่ต้องการสร้างสินค้าใหม่ต้องมีองค์ประกอบสำคัญคือ สร้างสินค้าที่โดดเด่น มีสีสัน สร้างความสะดุดตาแก่ลูกค้า และสินค้าต้องตรงกับใจของลูกค้ามากที่สุด

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ